Close Menu
The Practical

    Subscribe to Updates

    Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.

    What's Hot

    ประกันสุขภาพจำเป็นหรือไม่? และส่งผลดีต่อคนทำงานในยุคนี้อย่างไร?

    พฤษภาคม 19, 2025

    ประกันสุขภาพของบริษัทใช้ร่วมกับประกันสังคมแต่ยังต้องจ่ายเพิ่มหรือเปล่า?

    พฤษภาคม 19, 2025

    Flashcards สมัยใหม่ ทำให้คุณใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นทันทีได้อย่างไร?

    กุมภาพันธ์ 7, 2025
    Facebook YouTube Spotify Pinterest
    Facebook YouTube Spotify
    The Practical
    Login
    • Home
    • Work
    • Life
      • Finance and Investment
      • Guarantee
      • Labor Law
      • Real Estate
    • Balance
      • Book Reviews
      • Movie Reviews
      • Product Reviews
    • Sustainability
      • DJSI
      • SDGs
    • People Stories
      • Happy Growth
      • Others
      • Transformative Learning
      • UNMASK STORY
      • Vision Mission
    • InMind
    • Podcast
    The Practical
    • Home
    • Work
    • Life
    • Balance
    • Sustainability
    • People Stories
    • InMind
    • Podcast
    Home»Sustainability»โครงการเหลือขอ เพื่อเปลี่ยนสิ่งของที่เหลือใช้ให้เป็น “โอกาส” 
    Sustainability

    โครงการเหลือขอ เพื่อเปลี่ยนสิ่งของที่เหลือใช้ให้เป็น “โอกาส” 

    mypilottest01By mypilottest01มิถุนายน 24, 2022ไม่มีความเห็น2 Mins Read
    Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr WhatsApp VKontakte Email
    Share
    Facebook Twitter LinkedIn Pinterest Email

    โครงการเหลือขอ เป็นโครงการที่ขอรับสิ่งของเหลือใช้ อาทิเช่นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของเล่น หรือแม้แต่สิ่งของรีไซเคิลอย่างกระดาษและพลาสติก เพื่อนำไปเปลี่ยนสิ่งของให้มีมูลค่าอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นนำมาใช้ใหม่ การขายต่อ หรือการนำไปรีไซเคิล นอกจากนี้ยังถือเป็นการร่วมสนับสนุนให้ทุนการศึกษาให้แก่เด็กด้อยโอกาสได้อีกด้วย

    บริษัท มานา วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ดำเนินกิจการด้านการรีไซเคิล จำหน่ายวัสดุเหลือใช้ทุกชนิด โดยการส่งเสริมอาชีพผู้ด้อยโอกาสในสังคม เช่น ผู้พิการ ผู้มีปัญหาสุขภาพ ผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด และผู้พ้นโทษ พวกเขาจุดมุ่งหมายในการแก้ไขปัญหาสังคมเหมือนมูลนิธิการกุศลต่างๆ เพียงแต่มีวิธีในการหารายได้เหมือนกิจการ เพื่อนำรายได้มาใช้ในการแก้ปัญหาสังคม พัฒนาชุมชน หรือสิ่งแวดล้อม

    ในตอนนี้แอดมินจะพาพวกเราไปทำความรู้จักกับบริษัทที่เล็งเห็นอีกหนึ่งปัญหาของสังคม ที่หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว บริษัทนี้เป็นบริษัทรับของเหลือใช้และรับคนเหลือใช้ด้วยเช่นกัน สิ่งของที่คุณไม่ใช่แล้วบริษัทนี้จะขอนำไปทำให้เกิดมูลค่าใหม่อีกครั้ง เช่นเดียวกับคน คนที่คนอื่นบอกว่าไม่มีมูลค่า พวกเขาจะทำให้คนเหล่านั้นมีมูลค่าขึ้นมาอีกครั้ง เราไปทำความรู้จักกับบริษัทนี้ผ่านบทสัมภาษณ์ของ คุณโชคชัย หลีวิจิตร ผู้ก่อตั้งบริษัท มานา วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัดกันเลย

    “จุดเริ่มต้นที่อาศัยปัจจัยมากกว่าหนึ่ง”

    การเริ่มทำธุรกิจหรือโครงการอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องอาศัยเหตุการณ์หลายอย่างที่ส่งเสริมให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น คุณโชคชัย เล่าว่าตัวเขาเองเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้กับมูลนิธินกขมิ้นมาก่อน ซึ่งมูลนิธินกขมิ้น คือองค์กรคริสต์เตียนที่ให้การอุปการะช่วยเหลือเด็กกำพร้า เด็กเร่ร่อน เด็กด้อยโอกาส คนชราและบำบัดผู้เสพยาเสพติด เขาพยายามเชิญชวนคนหลายคนให้เข้าร่วมบริจาคเพื่อให้เขาได้เป็นผู้ให้ สร้างโอกาสให้เด็กๆและผู้ด้อยโอกาส แต่หลายคนมักบอกเขาบ่อยๆว่า “เดี๋ยวรอถูกหวยก่อนนะ” หรือ “เดี๋ยวรอรวยก่อนนะ”

    “การมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมไม่จำเป็นต้องบริจาคเงินก้อนโตก็ได้”

    ทุกคนมักคิดว่าการจะช่วยสังคมได้ คือต้องมีเงินเหลือกินเหลือใช้เสียก่อน ถึงจะนำเงินมาบริจาคเพื่อช่วยสังคมได้ ทั้งที่จริงๆ แล้วสังคมตรงนั้น ไม่มีใครคาดหวังเลยว่าจะต้องมีคนบริจาคด้วยเงินจำนวนมากแค่ไหน แค่เข้ามาเยี่ยมและเห็นความสำคัญของการทำงานของมูลนิธิแค่นี้ก็ดีมากแล้ว คุณโชคชัยจึงรู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าจริงๆ แล้วทุกคนก็สามารถมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมโดยเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ในชีวิตประจำวันของเราก็ได้

    “ทุกคนบอกว่ารอพี่รวย แต่เราไม่ได้คิดเลยว่าคุณต้องรวยถึงจะช่วยได้ เพราะฉะนั้นอะไรก็ได้ที่ทุกคนเหลือใช้ดีกว่า เอามาให้เรา แล้วเราจะทำให้สิ่งต่างๆเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสังคม”

    อีกเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นปัจจัยให้คุณโชคชัยหันมาทำธุรกิจวิสาหกิจเพื่อชุมชน ก็คือในตอนนั้นโครงการหนึ่งที่เกี่ยวกับการสอนวิชาชีพให้เด็กๆ ปิดตัวลง คุณลุงคนหนึ่งทำงานอยู่ที่นั่น เขามีประวัติเคยติดยาเสพติด อยู่สถานบำบัดตั้งแต่วัยรุ่นจนอายุ 45 ปี และเขาทำงานอยู่ตรงนี้ตลอด เมื่อโครงการปิดตัวลงเขาจึงไม่รู้จะไปทำอะไร ช่วงนั้นคุณโชคชัยได้รับโอกาสจากมูลนิธิให้ไปเรียนต่อเกี่ยวกับการรีไซเคิลในระดับปริญญาโทพอดี เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นจังหวะที่ดีมาก

    “เราจะสร้างมูลค่าให้กับของที่มีคุณค่าน้อยแล้วของคุณ”

    ในเมื่อโครงการที่คุณลุงทำอยู่ถูกปิดไปและพื้นที่ยังว่าง จึงถือโอกาสในการใช้พื้นที่ตรงนั้นในการเริ่มโครงการและสร้างอาชีพให้คุณลุง โดยในตอนแรกไม่ได้คิดเรื่องการบริจาคเลย คิดเพียงว่าให้ลุงมีงานทำ คุณโชคชัยจึงให้เงินคุณลุงออกไปซื้อของ โดยจะบอกว่าที่มาของการซื้อของ ก็คือจะเอามาคัดแยกแล้วนำไปขายเพื่อนำรายได้มาช่วยเหลือเด็กและสังคม เมื่อทำไปได้สักระยะ จึงลองนำโครงการนี้ไปเสนอต่อมูลนิธิ แต่หลายคนก็ไม่เห็นด้วย คุณโชคชัยจึงขอแยกตัวออกจากมูลนิธิแล้วมาเปิด บริษัท มานา วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมในปี 2561 โดยมีการนำคนด้อยโอกาสในสังคม ไม่ว่าจะเป็นคนติดยา เคยติดคุก หรือคนมีปัญหาสุขภาพ มาเข้าร่วมทำงานด้วย

    “การซื้อขายน้อยลง การให้มากขึ้น”

    พอทำงานในรูปแบบนี้ไปสักระยะหนึ่ง จากที่ต้องซื้อของตลอด การขายก็น้อยลงเพราะพ่อค้าแม่ค้ารู้ว่าทางบริษัทซื้อเพื่อนำไปช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาส พวกเขาก็จะเริ่มเปลี่ยนจากการขายเป็นการให้แทน ในขณะเดียวกันบริษัทก็มีการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างวัฒนธรรมการให้ และทางบริษัททำให้คนอื่นได้เข้าใจว่าของที่เหลือใช้ หรือที่พวกคุณมองว่ามันไม่มีประโยชน์ต่อพวกคุณแล้ว สามารถนำมาให้แก่ บริษัท มานา วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพราะทางบริษัทสามารถทำให้สิ่งของเหล่านี้มีประโยชน์อีกครั้งได้

    โครงการเหลือขอ

    “โครงการเหลือขอ เราขอของที่คุณไม่ต้องการแล้ว เพื่อนำมาสร้างคุณค่าเพื่อนำไปเป็นรายได้นำมาใช้แก้ปัญหาสังคม”

    คุณโชคชัย เล่าว่าคนที่ทำงานด้วยหลายคนเป็นคนประเภทที่เคยถูกมองว่าเป็นปัญหาหรือขยะของสังคม เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่เหลือใช้ ทางบริษัทจะขอเพื่อนำมาทำให้เกิดประโยชน์ คนที่สังคมมองว่าใช้การไม่ได้แล้ว ทางบริษัทจะขอพวกเชาไว้ แล้วทางบริษัทจะทำให้เห็นว่าพวกเขาสามารถทำงาน มีอาชีพ และทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้

    รูปแบบโครงการเหลือขอ

    ในโครงการเหลือขอ มีที่มาจากคนที่มาเข้าร่วมมักถูกมองในลักษณะนั้น บริษัทจึงขอพวกเขามาเข้าร่วมเพื่อทำงานช่วยสังคมไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นในรูปแบบเดียวกันเลย สิ่งของเหลือใช้ เสื้อผ้าทุกเพศทุกวัย หนังสือ กระเป๋า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งเก่าและใหม่ ของเล่น สิ่งของทั่วไปทั้งหมด แม้กระทั่งวัสดุรีไซเคิลอย่างกระดาษหรือพลาสติก ทางบริษัทรับได้ทั้งหมด ยกเว้นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่อย่างตู้หรือเตียงที่ขนาดเกิน 1.20 เมตรขึ้นไป เพราะสถานที่เก็บของของเรามีจำกัดมาก นอกจากนี้ยังมีโครงการเหลือขอสัญจรในเขตพื้นที่รอบกรุงเทพมหานครไม่เกิน 200 กิโลเมตร ในจังหวัดใกล้ๆ วนไปเรื่อยๆ อย่างเช่น อยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดเป็นความต้องการของทุกคนมีใจอยากจะแบ่งปัน อยากมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม

    โครงการเหลือขอ เพื่อเปลี่ยนสิ่งของที่เหลือใช้ให้เป็น "โอกาส"

    ของที่ได้รับ เอาไปไหนต่อ

    คุณโชคชัยอธิบายว่าของที่รับบริจาคมา เริ่มต้นเลยจะเข้าสู่กระบวนการคัดแยกก่อน เพราะของที่รับเข้ามามีทั้งของที่ใหม่ ไม่ผ่านการใช้งานเลย ซึ่งจะถูกคัดแยกว่าเป็นของที่เหมาะสมกับเด็กหรือไม่ หากเหมาะสมกับเด็กของจะถูกส่งไปยังมูลนิธิบ้านนกขมิ้น เพราะทางบริษัทยังมีการทำงานร่วมกับมูลนิธิอยู่ หากเป็นของที่ใหม่แต่ไม่เหมาะสมกับเด็ก ทางบริษัทมีเพจขายของออนไลน์ ชื่อเพจ Share Shopping ซึ่งจะนำสิ่งของพวกนี้มาไลฟ์ขายของเพื่อนำไปเป็นทุนการศึกษาให้เด็ก

    “Share Shopping เป็นจุดเริ่มต้นของ Share Market สำหรับวิสาหกิจเพื่อสังคม”

    การทำเพจขายของ Share Shopping ยังเป็นการปูเส้นทางไปสู่ตลาดออฟไลน์สำหรับการเป็น Share Market เพื่อสร้างพื้นที่ตลาดให้แก่วิสาหกิจชุมชนอื่นๆ หรือคนที่อยากขายของแล้วนำเงินไปช่วยสังคมแต่ไม่มีพื้นที่ในการประชาสัมพันธ์ได้เข้ามาใช้พื้นที่ตรงนี้ร่วมกัน ทุกจะสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าตลาดขายของนี้คือตลาดที่ซื้อขายกันเพื่อช่วยเหลือสังคม

    “ขั้นตอนการคัดกรองที่ไม่ใช่แค่การคัดสิ่งของ แต่เป็นการคัดกรองคนด้วยเช่นกัน”

    นอกจากการนำมาขายแล้ว ของใหม่ที่รับเข้ามามีการนำไปช่วยยังกลุ่มผู้ด้อยโอกาสต่างๆ เช่น กลุ่มคนพม่าที่มีการอพยพหนีเหตุการณ์ความไม่สงบเข้ามา เป็นต้น ในส่วนของสิ่งของที่ผ่านการใช้งานแล้วจะถูกจำหน่ายเป็นของมือ ของที่พังหรือเสียจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และส่วนของชิ้นไหนที่ไม่สามารถใช้ได้แล้วจริงๆ จะมีโรงงานไฟฟ้าชีวมวลมารับของเหล่านี้ไป แล้วมอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ เป็นการตอบแทน ในขั้นตอนทำงานนี้เองที่เป็นเหมือนการคัดกรองคนที่จะเข้ามาร่วมทำงานในบริษัท ความตั้งใจมากน้อยขนาดไหน ต้องการจะเปลี่ยนแปลงชีวิตมากน้อยขนาดไหน จะดูกันได้จากการทำงานในกระบวนการนี้

    “โดยพื้นฐานทุกคนอยากเป็นคนดีอยู่แล้ว ขอแค่เขามีเพื่อนและสังคมที่ยอมรับเขาจริงๆ เท่านั้นเอง”

    ถึงแม้ทีมงานและบุคลากรทุกคนจะเป็นผู้ด้อยโอกาสหรือเป็นคนที่สังคมไม่ให้การยอมรับมาก่อน แต่เมื่อเขาได้มาเริ่มต้นทำงานเพื่อสังคมตรงนี้ พวกเขาทุ่มเทและตั้งใจมาก เพราะพวกเขารู้ว่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่พวกเขาทำเพื่ออะไร พวกเขาหวังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองด้วย สิ่งหนึ่งที่ทำงานตรงนี้คุณโชคชัยเล่าว่าเขาไม่ได้หวังผลที่จะได้ค่าตอบแทน แต่ต้องการให้ผู้ด้อยโอกาสหรือคนที่เคยทำผิดพลาดในชีวิตได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้ง ทางบริษัทจึงเข้าไปให้โอกาสและเป็นเพื่อนกับพวกเขา

    “จะทำงานร่วมกับคนลักษณะแบบนี้ได้อย่างไร?”

    คุณโชคชัย เล่าว่าเคยมีคนถามว่าทำงานกับคนด้อยโอกาส คนเคยติดยา คนเคยติดคุก หรือคนที่สังคมไม่ยอมรับได้อย่างไร? จริงๆ แล้วกระบวนการไม่ได้มีอะไรมากเลย คุณโชคชัยจะบอกกับพวกเขาตั้งแต่แรกเลยว่าที่จ้างพวกเขาเข้ามาเพราะยังเห็นว่าพวกเขาสามารถทำประโยชน์ให้เกิดกับบริษัทและผู้อื่นได้ ไม่ได้รับเพราะสงสารหรืออยากสงเคราะห์พวก ถ้าอยากทำงาน อยากยืดหยัดอยู่ในสังคมด้วยกำลังและความสามารถของตัวเอง ให้ทำงานอยู่ที่นี่อย่างตั้งใจ จุดเริ่มต้นแบบนี้พวกเขาจะไม่ได้รู้สึกว่าพวกเขาเป็นคนต่ำต้อย พวกเขาจะรู้สึกว่าพวกเขาทำงานได้เงินและยังได้ช่วยเหลือสังคมได้ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นกระบวนการที่เปลี่ยนแปลงความคิดเขาไปทุกวัน

    บทสรุป

    สิ่งสำคัญของการทำธุรกิจวิสาหกิจเพื่อสังคม คุณต้องรักษาสมดุลระหว่างการเป็นธุรกิจวิสาหกิจเพื่อสังคมกับการสงเคราะห์ให้ดี เพราะการสงเคราะห์คือให้ทั้งหมด ใครลำบากเข้าช่วยเหลือไว้ทั้งหมด แต่ในการเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม การสงเคราะห์มากเกินไปอาจทำให้บริษัทล้มเสียเอง สุดท้ายเราจะกลายเป็นอีกปัญหาหนึ่งของสังคม

    “การเห็นชีวิตคนดีขึ้น มีการเปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งที่มีความสุขมากจริงๆ”

    สิ่งที่วิสาหกิจเพื่อสังคมทำคือ การจ้างงาน การสร้างอาชีพ ให้โอกาสพวกเขาได้ยืดหยัดอยู่ในสังคมได้ด้วยตัวเอง
    ทุกคนที่อยากทำวิสาหกิจเพื่อสังคมมีใจในการช่วยเหลือสังคมเต็มร้อยอยู่แล้ว อย่างคุณโชคชัยเองเมื่อได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ได้เห็นการเจริญเติบโตของคนที่ได้รับโอกาสแล้วก็มีความสุข ซึ่งเป็นความสุขที่เกิดจากการช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง จากคนที่เข้ามาตัวเปล่า ไม่มีที่อยู่ พวกเขามีกำลังในการออกไปหาที่อยู่เอง มีข้าวของเครื่องใช้เข้ามาในห้อง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ลำบาก เมื่อมองสิ่งเหล่านี้มันคือความสุขที่ได้มีส่วนช่วยเหลือจริงๆ

    เปลี่ยนสิ่งของเป็น “โอกาส” | The Practical Sustainability วิสาหกิจ “เพื่อน” สังคม

    หรือ จะเลือกรับฟังรายการ ในรูปแบบของ Podcast ได้ที่:

    ช่องทางการติดต่อ

    บริษัท มานา วิสาหกิจเพื่อนสังคม จำกัด
    เลขที่ 89/12 ซอยเสรีไทย17 ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240
    โทร : 02-375-5392, 093-930-7738, 094-940-0606, 088-077-0330
    โทรสาร : 02-375-5392
    อีเมล : maana-se@hotmail.com

    วันเวลาทำการ
    วันจันทร์ – วันเสาร์ 09.00-17.00 น.
    วันอาทิตย์ 13.00-17.00 น. (เฉพาะส่วนงานการรับบริจาคที่สำนักงาน)

    สนับสนุนโดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม (สวส.)

    Social Enterprise วิสาหกิจเพื่อสังคม
    Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr WhatsApp Email
    Previous ArticleForest Bathing – ให้ธรรมชาติเยียวยาร่างกายของเราด้วยการ “อาบป่า”
    Next Article The Richest Man in Babylon – กฎแห่งความมั่งคั่ง 6 ประการ
    mypilottest01

      Related Posts

      พัฒนาคนยุค 5.0 สร้างสังคมแห่งภูมิปัญญาที่ยั่งยืน | GCNT Forum 2023

      ธันวาคม 1, 2023

      พัฒนาคนยุค 5.0 สร้างสังคมแห่งภูมิปัญญาที่ยั่งยืน | GCNT Forum 2023

      ธันวาคม 1, 2023

      Green Investing – การลงทุนสีเขียวคืออะไร และสำคัญกับการลงทุนอย่างไร?

      สิงหาคม 6, 2023

      Green Investing – การลงทุนสีเขียวคืออะไร และสำคัญกับการลงทุนอย่างไร?

      สิงหาคม 6, 2023

      Comments are closed.

      Our Picks

      ตั้งเป้าหมายการเงินให้สำเร็จ – วิธีการและเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง

      มิถุนายน 22, 2024

      ลาเพื่อพาพ่อแม่ไปหาหมอ หรือ ลาเพื่อไปดูใจพ่อแม่เป็นครั้งสุดท้าย ใช้ลากิจได้

      สิงหาคม 18, 2023

      แผนการเกษียณ ของคน Gen Z ควรเป็นอย่างไร? และต้องเริ่มต้นอย่างไร?

      มิถุนายน 6, 2023

      7 เหตุผลที่ทำให้คนฉลาดหรือคนที่ทำงานหนักไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ

      พฤษภาคม 30, 2023
      • Facebook
      • Pinterest
      • Instagram
      • YouTube
      Don't Miss

      ประกันสุขภาพจำเป็นหรือไม่? และส่งผลดีต่อคนทำงานในยุคนี้อย่างไร?

      By willskillพฤษภาคม 19, 20250

      ประกันสุขภาพ หร…

      ประกันสุขภาพของบริษัทใช้ร่วมกับประกันสังคมแต่ยังต้องจ่ายเพิ่มหรือเปล่า?

      พฤษภาคม 19, 2025

      Flashcards สมัยใหม่ ทำให้คุณใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นทันทีได้อย่างไร?

      กุมภาพันธ์ 7, 2025

      จำไม่ให้ลืม | ทำไมคนที่พูดได้หลายภาษาจำคำศัพท์แล้วไม่ลืม?

      กุมภาพันธ์ 3, 2025

      Subscribe to Updates

      Get the latest creative news from SmartMag about art & design.

      About Us
      About Us

      Your source for the lifestyle news. This demo is crafted specifically to exhibit the use of the theme as a lifestyle site. Visit our main page for more demos.

      We're accepting new partnerships right now.

      Email Us: admin_thepractical@thepractical.co

      Our Picks

      ตั้งเป้าหมายการเงินให้สำเร็จ – วิธีการและเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง

      มิถุนายน 22, 2024

      ลาเพื่อพาพ่อแม่ไปหาหมอ หรือ ลาเพื่อไปดูใจพ่อแม่เป็นครั้งสุดท้าย ใช้ลากิจได้

      สิงหาคม 18, 2023

      แผนการเกษียณ ของคน Gen Z ควรเป็นอย่างไร? และต้องเริ่มต้นอย่างไร?

      มิถุนายน 6, 2023
      New Comments
        Facebook YouTube Spotify Pinterest
        • Home
        • Work
        • Life
        • Balance
        • Sustainability
        • People Stories
        • InMind
        • Podcast
        © 2026 Willskill. Designed by Exaalgia.

        Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

        Sign In or Register

        Welcome Back!

        Login to your account below.

        Lost password?