Close Menu
The Practical

    Subscribe to Updates

    Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.

    What's Hot

    ประกันสุขภาพจำเป็นหรือไม่? และส่งผลดีต่อคนทำงานในยุคนี้อย่างไร?

    พฤษภาคม 19, 2025

    ประกันสุขภาพของบริษัทใช้ร่วมกับประกันสังคมแต่ยังต้องจ่ายเพิ่มหรือเปล่า?

    พฤษภาคม 19, 2025

    Flashcards สมัยใหม่ ทำให้คุณใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นทันทีได้อย่างไร?

    กุมภาพันธ์ 7, 2025
    Facebook YouTube Spotify Pinterest
    Facebook YouTube Spotify
    The Practical
    Login
    • Home
    • Work
    • Life
      • Finance and Investment
      • Guarantee
      • Labor Law
      • Real Estate
    • Balance
      • Book Reviews
      • Movie Reviews
      • Product Reviews
    • Sustainability
      • DJSI
      • SDGs
    • People Stories
      • Happy Growth
      • Others
      • Transformative Learning
      • UNMASK STORY
      • Vision Mission
    • InMind
    • Podcast
    The Practical
    • Home
    • Work
    • Life
    • Balance
    • Sustainability
    • People Stories
    • InMind
    • Podcast
    Home»InMind»Brain Performance Improvement – สมองของคุณจะทำงานได้ดีขึ้น ถ้าคุณรู้สิ่งนี้
    InMind

    Brain Performance Improvement – สมองของคุณจะทำงานได้ดีขึ้น ถ้าคุณรู้สิ่งนี้

    mypilottest01By mypilottest01สิงหาคม 6, 2023ไม่มีความเห็น2 Mins Read
    Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr WhatsApp VKontakte Email
    Brain Performance Improvement - สมองของคุณจะทำงานได้ดีขึ้น ถ้าคุณรู้สิ่งนี้
    Share
    Facebook Twitter LinkedIn Pinterest Email

    Brain Performance Improvement – สมองของคุณจะทำงานได้ดีขึ้น ถ้าคุณรู้ว่าจะใช้งานสมองของคุณให้ถูกต้องอย่างไร? เราจะมาหาคำตอบกันในบทความนี้

    วัฒนธรรมและค่านิยมในการทำงานของสังคมไทยเรานั้นมักจะให้ความสำคัญกับการทำงานหนัก ถ้าทำงานหนักจะเจริญก้าวหน้า ถ้าทำงานหนักแล้วจะกลายเป็นคนเก่ง หลายบริษัทให้การยอมรับและให้รางวัลกับพนักงานที่แสดงให้เห็นถึงการเทำงานหนักและการทำงานที่รวดเร็วในการทำงานกันมาเสมอ

    พนักงานสามารถเพิ่มระดับความสำคัญในตัวเองได้ด้วยการพยายามทำตัวยุ่งๆ เข้าไว้ และเมื่อทำไปนานๆ เข้าเราก็จะเสพติดความรู้สึกสำคัญตรงนั้น จนกระทั่งเราไม่สามารถนั่งดูรายการโปรดในโทรทัศน์ถึงแม้ว่าจะเป็นในวันหยุดก็ตาม

    “พวกเขาเต็มใจที่จะทำให้นานและหนักขึ้นเรื่อยๆ”

    จากบทความ หนังสือ และพอดแคสต์ มากมาย มีการพูดเกี่ยวกับคนที่ประสบความสำเร็จเอาไว้ว่า พวกเขาคือกลุ่มคนที่เต็มใจจะทำงานให้หนักขึ้นและนานขึ้นกว่าคนอื่นๆ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะต้องตื่นตอนตี 4 หรือ ทำงานถึงเที่ยงคืนก็ตาม ทั้งที่จริงๆ แล้วจากงานวิจัยเราพบว่าคนเรายิ่งนอนหลับมากเท่าไร ยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งกล่าวได้ว่าในขณะที่พวกเขาทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา พวกเขาอาจเพิ่มความเจ็บปวด ความเครียด และความเมื่อยล้าให้ตัวเอง แน่นอนว่าสิ่งที่หายไปนั่นก็คือ ความสุขของพวกเขาเอง

    เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่เหล่าคนทำงานหนักเพื่อความสำเร็จอาจจะมองพลาดไป สมองของคุณจะทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณมีช่วงเวลาในการหยุดทำงานให้มากขึ้น ต่อไปนี้ ะเป็นเทคนิคที่จะช่วยให้คุณอยู่ในโหมดที่ทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว

    Brain Performance Improvement – สมองของคุณจะทำงานได้ดีขึ้น ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

    1. ให้สร้างบัฟเฟอร์ 15%

    ในการผลิตเรามีการเปลี่ยนเทียบความแตกต่างระหว่างกำลังการผลิตและความสามารถในการผลิต ความจริงที่พนักงานทุกคนและบริษัททุกบริษัทต้องเข้าใจก่อนก็คือ ไม่มีบริษัทไหนที่จะทำงานที่กำลังการผลิต 100% ได้ ดังนั้น 85% จึงถือว่าเป็นกำลังการผลิตที่เหมาะสมที่สุด จึงยังคงเหลืออีก 15% ไว้เผื่อสำหรับความล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นรื่องของอุปกรณ์การทำงานผิดพลาด หรือ อื่นๆ

    “สมองคุณก็ไม่ได้อยากทำงาน 100% เช่นกัน”

    ไม่ใช่แค่เพียงความต้องการของบริษัทเท่านั้น แต่ร่างกายและสมองของคุณก็ต้องทำงานแค่ 85% เท่านั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเตรียมความพร้อมของจิตใจคุณด้วย นักวิ่งผู้ชนะเลิศเหรียญทอง 9 ครั้งในการวิ่งระยะ 100 เมตร เขามักจะเป็นคนสุดท้ายในระยะ 40 เมตรแรก แต่แซงหน้าคู่แข่งรายอื่นในระยะใกล้เส้นชัยและคว้าชัยชนะไปครองได้เสมอ สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเลยคือ นักวิ่งคนอื่นต้องออกแรงให้หนักขึ้นในตอนท้าย แต่นักวิ่งคนนี้เขาชนะได้ด้วยแรง 85% เท่าเดิมตั้งแต่ต้นจนถึงเส้นชัย

    “สูตร 8 – 1.2”

    วิธีการง่ายๆ ที่คุณทำได้เลยในแต่ละวันคือ จากการทำงาน 8 ชั่วโมง ให้คุณตัดออกไป 1.2 ชั่วโมง หรือตัดวันทำงานออกไป 1 วันจาก 7 วัน ต่อสัปดาห์ ลองเริ่มต้นด้วยการใช้เวลาอ่านหนังสือ พักผ่อน ทำในสิ่งที่ชอบ ระหว่างทำคุณอาจจะขัดใจ ขัดกับสัญชาตญาณ หรือ ฝืนตัวเองไปบ้างในช่วงแรก แต่วิธีนี้จะช่วยซื้อพลังสมองกลับมาให้คุณในระยะยาว

    2. ให้ดูร่างกาย ไม่ใช่ดูนาฬิกา

    คุณเคยสังเกตตัวเองไหมว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ความอดทนของคุณในการประชุมหรือสนทนาในเรื่องงานสักเรื่องจะสั้นลง ความรู้สึกนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่มันกลายเป็นสิ่งที่ทำให้คุณรำคาญใจอย่างมากเมื่อคุณหมดพลังในการพูดคุยและพลังจิตของคุณจะต่ำลงอย่างควบคุมไม่ได้ หากคุณมีอาการนี้เกิดขึ้น ให้รู้ไว้เลยว่านี่ไม่ใช่เวลาในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญหรือเข้าร่วมบทสนทนาที่จำเป็นต้องใช้เหตุผลหรือตรรกะ

    “เวลาที่สมองมีประสิทธิภาพมากที่สุดคือตอนเช้า”

    จากการศึกษาคลื่นสมองทำให้เราพบว่าแรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ และสัญชาตญาณจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสมองของเราอยู่ในสภาวะที่พร้อม ดังนั้นยิ่งคุณปกป้องพื้นที่สมองมากเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น เวลาที่สมองมีประสิทธิภาพมากที่สุดคือตอนเช้า ดังนั้นการตัดสินใจเรื่องใหญ่และงานที่สำคัญควรอยู่ในตอนเช้า ส่วนงานที่ซ้ำซากจำเจหรืองานที่ทำเป็น Routine ให้นำไปไว้ในช่วงบ่าย เพราะคุณจะมีการรับรู้ต่ำ

    “ปกป้องเวลาอันมีค่าของคุณเอาไว้ให้ดี”

    เมื่อคุณได้รู้แล้วว่าเวลาช่วงเช้าของคุณมีค่าที่สุด ดังนั้นเมื่อคุณต้องตัดสินใจในเรื่องสำคัญหรือพูดคุยต่อรองอะไรที่ต้องใช้สมองอย่างมากในการพิจารณา ให้คุณนำงานเหล่านั้นมาไว้ในช่วงเช้า และหากคุณอยากเพิ่มเวลาช่วงเช้าที่มีประสิทธิภาพของคุณ ให้คุณวางแผนสิ่งที่ต้องทำสองหรือสามอย่างที่คุณต้องการทำในตอนเช้าวันถัดไปเอาไว้ก่อน หลีกเลี่ยงการเปิดดูข้อความที่ไม่จำเป็นหรือการแจ้งเตือนที่ไม่เกี่ยวข้องกับแผนที่วางไว้จนกว่าคุณจะทำตามแผนทุกอย่างเสร็จสิ้น

    3. พูดคุยกันภายใน 25 นาที

    ใครบอกว่าการทำงานไม่ต้องการการประชุม ทีมที่ดีต้องการการประชุมเพราะเมื่อถึงเวลาที่ทุกคนได้ทำงานอิสระพวกเขาจะทำงานอยู่ในขอบเขตและการดำเนินการที่ถูกต้อง การตัดสินใจและขั้นตอนจะเดินไปอย่างถูกต้องตามแผนที่วางไว้ในตอนประชุม

    “ค่าเริ่มต้นของการประชุมส่วนมากคือ = 60 นาที”

    ปัญหาหลักที่คนส่วนใหญ่ไม่ชอบประชุมเพราะว่าเรามักจะตั้งค่าเวลาในการประชุมเอาไว้โดยอัตโนมัติ และ 60 นาที คือเวลายอดนิยมนั้น นี่คือการเสียเวลาในการทำงานของคุณอย่างน้อย 35 นาทีไปกับการรอคนมาสาย รอการแก้ไขปัญหาทางเทคนิค สไลด์ที่จะนำเสนอ ติดตั้งโปรเจคเตอร์ ข้อมูลเปิดได้ไม่ หรือการตอบคำถามว่า “วาระในการประชุมครั้งนี้คืออะไร?” เป็นต้น

    “เปลี่ยนเวลาประชุมของคุณให้กลายเป็น 25 นาที”

    เวลาที่เหมาะสมจริงๆ คือ 25 นาที เวลานี้จะสร้างความชัดเจนในการทำสิ่งสำคัญ โฟกัสสิ่งที่ต้องทำจริงๆ และบังคับให้เราคิดเกี่ยวกับสองหรือสามอันดับแรกที่สำคัญมากพอจะหารือในที่ประชุมครั้งนี้โดยอัตโนมัติ นอกจากคุณจะต้องเปลี่ยนเวลาในการประชุมของคุณให้กลายเป็น 25 นาทีแล้ว คุณควรระบุวัตถุประสงค์ของการประชุมให้ชัดเจนเสมอเมื่อคุณส่งคำเชิญหรือตอบรับคำเชิญการเข้าร่วมประชุม และหากคุณคิดว่าการประชุมครั้งนี้ยังไม่จำเป็น หรือไม่ใช่วาระการประชุมที่คุณมีส่วนร่วมให้ประหยัดเวลาของคนอื่นด้วยการปฏิเสธอย่างสุภาพ

    4. ทำให้ระบบและกระบวนการของคุณให้ง่ายขึ้น

    โดยธรรมชาติของมนุษย์แล้วเมื่อพบกับปัญหาพวกเขามักจะเพิ่มสิ่งต่างๆ เข้ามาไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือไม่เพื่อทำให้ปัญหานั้นซับซ้อนขึ้นแทนที่จะลบสิ่งต่างๆ ออกไปเพื่อให้ปัญหาคลี่คลายได้ง่ายขึ้น เมื่อตารางงานในแต่ละวันหรือสัปดาห์ของคุณแน่นจนขยับไม่ได้ คุณเลือกที่จะตื่นเร็วขึ้น หรือนอนช้าลงเพื่อทำงานให้เสร็จทั้งที่คุณสามารถลดจำนวนสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันหรือสัปดาห์ลงได้

    “รายการสิ่งที่ไม่ต้องทำ”

    ในการทำงานคุณควรตั้งขอบเขตการทำงานของคุณไว้เลย วิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดสรรระบบการทำงานของตัวเองคือเมื่อคุณมองรายการสิ่งที่ต้องทำในหนึ่งวันหรือหนึ่งสัปดาห์ให้คุณทำรายการเพิ่มอีกหนึ่งรายการชื่อว่า รายการสิ่งที่ไม่ต้องทำ รวบรวมสิ่งที่ไม่จำเป็น ไม่สำคัญ หรือสามารถเลื่อนไปอีกสัปดาห์ได้เอาไว้ เพื่อทำให้ตารางงานที่แน่นเอียดของคุณว่างขึ้นสำหรับการพักผ่อน

    บทสรุป

    เราทุกคนถูกปลูกฝังให้เป็นคนทำงานหนักมาตั้งแต่เด็ก เพราะเราต่างมีความเชื่อเรื่องการทำงานหนักเพื่อให้ประสบความสำเร็จกันมาตั้งแต่เด็ก ครูมักจะชมเด็กขยัน พ่อมักจะชมเด็กที่ขยันทำงาน และแม่ไม่เคยเลิกบ่นเวลาที่ลูกนอนเฉยๆ โดยไม่ลุกจากเตียง

    ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องผิดหากเราทุ่มเทและทำงานอย่างหนักถูกที่ เวลา และเรื่องอย่างที่ทุกคนรู้ดีว่าคนที่ประสบความสำเร็จมักจะมีความพยายามอย่างหนักเป็นคุณสมบัติและมักจะบอกเล่าว่ายากลำบากระหว่างกว่าที่จะมาถึงเส้นชัย แต่สูตรโกงที่แท้จริงที่จะทำให้เราไม่ถึงเส้นชัยด้วยความเหนื่อยหอบก็คือ เราต้องรู้จักคำว่าพักระหว่างทาง

    หากเราทำและสามารถแบ่งเวลาพักอย่างเป็นระบบมาได้ตั้งแต่แรก เราไม่จำเป็นต้องเค้นพลัง หืดหอบ หายใจอย่างแรง หรือฟื้นฟูร่างกายหลังจากวิ่งผ่านเส้นชัยมา คุณสามารถมองหาเส้นชัยต่อไปได้เลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นหากอยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องงาน ร่างกาย และจิตใจ คุณต้องรู้จักปล่อยให้ร่างกายของคุณได้พักเสียบ้าง

    “หากคุณต้องการประสบความสำเร็จ และปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี หยุดผลักดันตัวเองให้ถึงขีดจำกัดและเอาชนะตัวเองด้วยการหยุดพักทำงานให้มากขึ้นแทน”

    Reference:

    Your brain will perform better if you shift into this mode of working

    บทความแนะนำ:

    การขอโทษ หรือ การยอมรับว่าตัวเองผิด ทำไมถึงเป็นเรื่องสำคัญ?

    Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr WhatsApp Email
    Previous ArticleGreen Investing – การลงทุนสีเขียวคืออะไร และสำคัญกับการลงทุนอย่างไร?
    Next Article Rage Applying – การสมัครงานด้วยความโกรธ ดีหรือไม่ และมีผลตามมาอย่างไร?
    mypilottest01

      Related Posts

      Imposter Syndrome: วิธีจัดการและสร้างความมั่นใจด้วย Self-Coaching

      มกราคม 5, 2025

      นอนหลับเพียงพอ เพื่อความเป็นผู้นำที่ดี เคล็ดลับเพื่อประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด

      มิถุนายน 17, 2024

      Building Your Resilience | 8 วิธีในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตัวคุณ

      มิถุนายน 3, 2024

      Building Your Resilience | 8 วิธีในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตัวคุณ

      มิถุนายน 3, 2024

      Comments are closed.

      Our Picks

      ตั้งเป้าหมายการเงินให้สำเร็จ – วิธีการและเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง

      มิถุนายน 22, 2024

      ลาเพื่อพาพ่อแม่ไปหาหมอ หรือ ลาเพื่อไปดูใจพ่อแม่เป็นครั้งสุดท้าย ใช้ลากิจได้

      สิงหาคม 18, 2023

      แผนการเกษียณ ของคน Gen Z ควรเป็นอย่างไร? และต้องเริ่มต้นอย่างไร?

      มิถุนายน 6, 2023

      7 เหตุผลที่ทำให้คนฉลาดหรือคนที่ทำงานหนักไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ

      พฤษภาคม 30, 2023
      • Facebook
      • Pinterest
      • Instagram
      • YouTube
      Don't Miss

      ประกันสุขภาพจำเป็นหรือไม่? และส่งผลดีต่อคนทำงานในยุคนี้อย่างไร?

      By willskillพฤษภาคม 19, 20250

      ประกันสุขภาพ หร…

      ประกันสุขภาพของบริษัทใช้ร่วมกับประกันสังคมแต่ยังต้องจ่ายเพิ่มหรือเปล่า?

      พฤษภาคม 19, 2025

      Flashcards สมัยใหม่ ทำให้คุณใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นทันทีได้อย่างไร?

      กุมภาพันธ์ 7, 2025

      จำไม่ให้ลืม | ทำไมคนที่พูดได้หลายภาษาจำคำศัพท์แล้วไม่ลืม?

      กุมภาพันธ์ 3, 2025

      Subscribe to Updates

      Get the latest creative news from SmartMag about art & design.

      About Us
      About Us

      Your source for the lifestyle news. This demo is crafted specifically to exhibit the use of the theme as a lifestyle site. Visit our main page for more demos.

      We're accepting new partnerships right now.

      Email Us: admin_thepractical@thepractical.co

      Our Picks

      ตั้งเป้าหมายการเงินให้สำเร็จ – วิธีการและเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง

      มิถุนายน 22, 2024

      ลาเพื่อพาพ่อแม่ไปหาหมอ หรือ ลาเพื่อไปดูใจพ่อแม่เป็นครั้งสุดท้าย ใช้ลากิจได้

      สิงหาคม 18, 2023

      แผนการเกษียณ ของคน Gen Z ควรเป็นอย่างไร? และต้องเริ่มต้นอย่างไร?

      มิถุนายน 6, 2023
      New Comments
        Facebook YouTube Spotify Pinterest
        • Home
        • Work
        • Life
        • Balance
        • Sustainability
        • People Stories
        • InMind
        • Podcast
        © 2026 Willskill. Designed by Exaalgia.

        Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

        Sign In or Register

        Welcome Back!

        Login to your account below.

        Lost password?