Close Menu
The Practical

    Subscribe to Updates

    Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.

    What's Hot

    ประกันสุขภาพจำเป็นหรือไม่? และส่งผลดีต่อคนทำงานในยุคนี้อย่างไร?

    พฤษภาคม 19, 2025

    ประกันสุขภาพของบริษัทใช้ร่วมกับประกันสังคมแต่ยังต้องจ่ายเพิ่มหรือเปล่า?

    พฤษภาคม 19, 2025

    Flashcards สมัยใหม่ ทำให้คุณใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นทันทีได้อย่างไร?

    กุมภาพันธ์ 7, 2025
    Facebook YouTube Spotify Pinterest
    Facebook YouTube Spotify
    The Practical
    Login
    • Home
    • Work
    • Life
      • Finance and Investment
      • Guarantee
      • Labor Law
      • Real Estate
    • Balance
      • Book Reviews
      • Movie Reviews
      • Product Reviews
    • Sustainability
      • DJSI
      • SDGs
    • People Stories
      • Happy Growth
      • Others
      • Transformative Learning
      • UNMASK STORY
      • Vision Mission
    • InMind
    • Podcast
    The Practical
    • Home
    • Work
    • Life
    • Balance
    • Sustainability
    • People Stories
    • InMind
    • Podcast
    Home»Balance»Dare to lead – กล้าที่จะเป็นผู้นำ ท่ามกลางโลกที่มีแต่ความเปลี่ยนแปลง
    Balance

    Dare to lead – กล้าที่จะเป็นผู้นำ ท่ามกลางโลกที่มีแต่ความเปลี่ยนแปลง

    mypilottest01By mypilottest01กรกฎาคม 12, 2022ไม่มีความเห็น2 Mins Read
    Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr WhatsApp VKontakte Email
    Share
    Facebook Twitter LinkedIn Pinterest Email

    Dare to lead – กล้าที่จะเป็นผู้นำ ทักษะผู้นำที่ทุกคนต้องมี เพราะทักษะนี้เป็นเหมือนวิธีการที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้กับสถานการณ์ของตนเอง ไม่ใช่แค่ผู้ที่จะเป็นผู้นำเท่านั้น

    ไม่ว่าเราจะเคยทำงานอยู่ที่ไหนก็ตาม พนันได้เลยในชีวิตของเราจะต้องเคยเจอผู้นำที่เก่งมากจนเราสนใจและสงสัยในความเป็นผู้นำที่ดีของเขาว่าเขาสามารถเป็นผู้นำที่ดีได้อย่างไร? แต่ในขณะเดียวกันเราเองก็ต้องเคยแปลกใจเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมคนบางคน ทั้งๆ ที่ไม่มีความสามารถแต่ก็ยังสามารถขึ้นมาเป็นผู้นำได้?

    Brené Brown ได้ทำการศึกษาอารมณ์ความรู้สึกและประสบการณ์ชีวิตของคน เธอทำงานร่วมกับผู้นำและทีมงานมากมาย การค้นพบที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในอาชีพของเธอ ก็คือ เธอพบว่า ภาวะผู้นำที่กล้าหาญนั้นเป็นเรื่องที่สามารถสอนกันได้ Dare to lead หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือขายดีอันดับ 1 ของนิวยอร์กไทม์ส ถึง 5 ครั้ง หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เราเข้าใจความแตกต่างของปัจจัยที่ช่วยทำให้เราประสบความสำเร็จในหน้าที่การทำงานในฐานะการเป็นหัวหน้า หรือผู้จัดการ และจะช่วยพัฒนาความสามารถในการจัดการของเราในการนำทีมไปสู่ความสำเร็จได้

    Dare to lead - กล้าที่จะเป็นผู้นำ ท่ามกลางโลกที่มีแต่ความเปลี่ยนแปลง
    https://www.amazon.com/Dare-Lead-Brave-Conversations-Hearts/dp/0399592520

    “ถ้าทีมของเรามีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานด้วยผลลัพธ์ปานกลาง หมายความว่า เรายังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการที่ดีได้”

    ก้าวแรกของการเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการที่ดี ก็คือ ต้องเข้าใจว่าการจัดการ หมายถึงอะไรอย่างแท้จริง? หัวใจหลักของการจัดการ คือการเชื่อว่าการทำงานเป็นทีมสามารถประสบผลสำเร็จได้มากกว่าการทำงานทุกอย่างคนเดียว มันเป็นการทำความเข้าใจว่า เราไม่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเราเองคนเดียว โดยความรับผิดชอบหลักๆ ของหัวหน้าหรือผู้จัดการ ก็คือการพยายามพาทุกคนไปให้ถึงผลลัพธ์ที่ดีจากการทำงานร่วมกัน

    3 สิ่ง ที่หัวหน้าหรือผู้จัดการที่ดี ต้องคิดตลอดทั้งวัน

    1. ต้องแน่ใจว่าทีมของเราตระหนักถึงความสำเร็จและใส่ใจในการบรรลุเป้าหมาย เริ่มต้นจากการที่เราต้องเข้าใจและเชื่อในความสามารถในการจัดการของเราเองเสียก่อนด้วย แล้วคว้าทุกโอกาสที่เราจะสามารถแบ่งปันความเข้าใจ ความเชื่อและจุดมุ่งหมายให้ทุกคนในทีมเข้าใจไปในทิศทางเดียวกันได้
    2. เราจำเป็นต้องเลือกคนที่ถูกต้องและเหมาะสมกับองค์ของเรา บุคลากรที่ประกอบกันกลายเป็นองค์กรของเรา พวกเขาต้องการแรงจูงใจในการทำงานและเพิ่มขีดความสามารถเพื่อทำงานให้ประสบความสำเร็จ ถ้าเราขาดทีมที่ดีหรือสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง เราอาจจะพบกับปัญหาในการทำงานระยะยาวได้
    3. รายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางไปให้ถึงความสำเร็จขององค์กรของเราเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเรามีคนที่ดีอยู่ในทีมแต่พวกเขาไม่ได้เข้าใจในกระบวนการการทำงานอย่างแท้จริง ความซับซ้อนในการทำงานก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้น

    ใน 3 เดือนแรกของการจัดการทีม คือการวิเคราะห์ว่าความสำเร็จของเราคืออะไร? เพื่อให้เราได้เข้าถึงบทบาทการจัดการของเรา ต้องมีบางคนที่เชื่อในตัวเราว่าเรามีความสามารถเพียงพอที่จะนำทีมได้ นี่คือ 4 บทบาทของหัวหน้าหรือผู้จัดการ ซึ่งจะเป็นแนวทางที่จะทำให้เรากลายเป็นหัวหน้าและผู้จัดการที่สามารถผ่านการทำงานในช่วงแรกได้

    1. เด็กฝึกงาน ในกรณีนี้การช่วยจัดการงานในส่วนเล็กๆ น้อยๆ ของหัวหน้างาน เป็นทางที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้เราเปลี่ยนจากพนักงานประจำธรรมดาทั่วไปกลายเป็นผู้จัดการ ยกตัวอย่างเช่น เราได้รับการชี้แนะสั่งสอนจากผู้จัดการของเราและคุณเรียนรู้จากพวกเขาโดยตรง เป็นต้น
    2. ผู้บุกเบิก เราเป็นหนึ่งในคนที่กำลังมองหาสมาชิกสำหรับทีมงานกลุ่มใหม่และตอนนี้มันเป็นไปได้แล้วที่จะเติบโตเพื่อประสบความสำเร็จ เราจำเป็นต้องพัฒนามูลค่างานและแบ่งปันมูลค่าเหล่านั้นให้แก่คนในทีมด้วย แม้ว่าเราอาจจะเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการคนเดียวที่ทำงานตรงนี้ เราก็ยังสามารถได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้าคนอื่นๆ ในองค์กร หรือผู้จัดการคนอื่นๆ ในขอบเขตความเชี่ยวชาญของเราข้างนอกองค์กรได้เช่นกัน
    3. ผู้จัดการใหม่ การเข้ามาแทนที่ผู้จัดการคนเก่าที่ออกไปและจัดการทีมที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว พวกเขามีแบบการจัดการเดิมอยู่แล้ว มีประสบการณ์และมีความยินดีในการต้อนทีมงาน ในช่วงแรกของการทำงานคนในทีมจะต้อนรับหัวหน้าหรือผู้จัดการใหม่ดีมาก แต่หลังจาก 3 เดือนไปแล้ว พวกเขาจะเริ่มศึกษากระบวนการและวิธีการเข้าหาเรา เพื่อที่จะเรียนรู้วิธีการโต้ตอบกับผู้จัดการใหม่ได้อย่างถูกต้อง
    4. คนที่ประสบความสำเร็จ คนที่ได้มาเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการเพราะประสบความสำเร็จ จะแตกต่างจากเด็กฝึกงานในข้อแรก เพราะคนที่ประสบความสำเร็จจะใช้เวลาทั้งหมดกับทั้งทีม คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะมีความสามารถมากพอๆ กับผู้จัดการคนก่อนๆ แต่อาจจะมีความแตกต่างกันที่รูปแบบและวิธีการทำงาน

    นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานของเรา หากเราเพิ่งได้เป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการคนใหม่ และเราต้องทำมันให้สำเร็จ

    “การนำทีมเล็กๆ ต้องใช้การสนทนาที่ตรงไปตรงมาและใกล้ชิดกัน”

    การจัดการทีมขนาดเล็ก จำเป็นต้องแบ่งปันเป้าหมายร่วมกันและต้องทำอย่างตรงไปตรงมา คนมักล้มเหลวในการทำงานให้ได้ดีด้วย 2 เหตุผลประการด้วยกัน คือ พวกเขาไม่รู้วิธีการทำงานให้ดีและพวกเขาไม่มีแรงจูงใจในการทำงานให้ได้ดี ในบทบาทของหัวหน้าหรือผู้จัดการ ความสนใจของเราควรอยู่ที่การทำให้แน่ใจว่าทีมงานของเรารู้วิธีทำงานอย่างถูกต้อง และมีแรงจูงใจมากพอที่จะทำงานให้ออกมาอย่างถูกต้อง

    “ทำไมบางคน ไม่รู้วิธีการทำงานที่ยอดเยี่ยม?”

    มันมีคำตอบที่ชัดเจนมากว่า พวกเขาอาจจะไม่ได้มีความสามารถที่ถูกต้องและเหมาะสมกับงานที่เขาทำอยู่ ในบทบาทของหัวหน้าหรือผู้จัดการ เราสามารถช่วยพวกเขาด้วยการเรียนรู้และพัฒนาความสามารถในการทำงานที่เป็นประโยชน์กับทีมเพิ่มเติมได้ หรืออาจจะจ้างคนอื่นที่มีความสามารถตรงกับที่ทีมต้องการเข้ามาแทน ถ้าบางคนไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน พวกเขาอาจจะเห็นภาพไม่ชัดเจนของการพยายามทำงานให้ออกมายอดเยี่ยมอย่างที่มันควรจะเป็นก็เป็นได้

    “ปัญหาที่อยู่เบื้องหลังของทีม”

    อีกสาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะเราไม่ได้ถามไถ่เป้าหมายส่วนตัวของพวกเขา พวกเขาก็เลยอาจจะสรุปเองว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่ดี ไม่ว่าเขาจะลงความพยายามในงานที่ทำอยู่หรือไม่ก็ตาม ลองมองหาจุดที่ทำให้พวกเขาเกิดความกังวล เราอาจจะค้นพบปัญหาของพนักงานที่อยู่เบื้องหลัง อาจเป็นปัญหาในเรื่องของแรงจูงใจหรือทักษะก็ได้ การพูดคุยกันเรื่องของความคาดหวังจากงานที่ทำอยู่ทั้งหมดและการช่วยกันหาทางแก้ไขสำคัญมากต่อแรงจูงใจในการเพิ่มทักษะในการทำงานของคนในทีม

    ข้อเสนอแนะสำคัญมาก เพราะว่ามันเป็นการเสนอความคิดเห็นเพื่อให้เกิดการพัฒนา ข้อเสนอแนะที่สำคัญที่สุดคือข้อเสนอแนะประเภทที่สามารถจุดประกายให้เราเปลี่ยนพฤติกรรม หรือทำให้เราอยากจะทำให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งในกระบวนการนี้มีอยู่ 4 ขั้นตอน ที่เราต้องทำหากอยากได้ข้อเสนอแนะที่ยอดเยี่ยม

    1. ตั้งเป้าสิ่งที่คาดหวังให้ชัดเจนตั้งแต่แรก
    2. กำหนดลักษณะงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับทีมของเราและเปรียบเทียบงานทั้งระดับปานกลางและงานที่ไม่ดี
    3. แบ่งปันความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอและรอบคอบ
    4. ข้อเสนอแนะที่ครอบคลุม 360 องศาของงานเป็นสิ่งจำเป็นประโยชน์มากที่สุด

    The Imposter Syndrome

    The imposter syndrome หรือ อาการที่มักคิดว่าตัวเองไม่เก่งพอ ซึ่งสามารถปรากฏขึ้นบางครั้ง หรือ หลายๆ ครั้งได้สำหรับใครหลายๆ คน หัวหน้าและผู้จัดการทุกคนควรรู้วิธีจัดการกับมัน ยกตัวอย่างเช่น

    เราเคยรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกๆ เมื่อเรากำลังอยู่ในหมู่คนที่เราชื่นชม?

    เราพบว่าตัวเองกำลังตรวจเช็คการเขียนอีเมลของเรามากมายหลายครั้งก่อนที่ส่ง?

    อาการเหล่านี้นี่ เรียกมันว่า The Imposter Syndrome มันทำให้บางคนรู้สึกเหมือนกับพวกเขาไม่สามารถหาจุดที่สมดุลเมื่ออยู่บนหน้าผาได้ หัวหน้าและผู้จัดการทุกคนควรรู้วิธีจัดการกับมันในทุกจุดที่มันเกิดขึ้น

    เรื่องนี้มีอยู่ 2 สาเหตุหลัก ที่บอกว่าทำไม The Imposter Syndrome มักกลายเป็นปัญหาสำหรับหัวหน้าหรือผู้จัดการ

    • หัวหน้าหรือผู้จัดการเป็นคนแรกที่ทุกคนต้องติดต่อ เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างเกิดความผิดพลาดหรือเกิดความผิดปกติขึ้นมา ดังนั้นมันเป็นความกดดันที่จะต้องรู้ให้ได้ว่าทีมของเรากำลังทำอะไรอยู่ในทุกฝีก้าว
    • หัวหน้าหรือผู้จัดการมักจำเป็นต้องทำในสิ่งใหม่ๆ ที่พวกเขาไม่เคยลองทำมาก่อน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทายและอาจจะดึงให้พวกเขาสงสัยว่าพวกเขาถูกตัดออกจากการทำงานจริงหรือไม่

    “ไม่มีใครเกิดมาแล้วเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการที่ยอดเยี่ยมได้เลย และบนโลกนี้ไม่มีหัวหน้าหรือผู้จัดการคนไหนที่สามารถจัดการทุกอย่างรอบด้านได้ออกมาสมบูรณ์แบบ 100%”

    เมื่อไรก็ตามที่เรารู้สึกสงสัยว่าอาการ The Imposter Syndrome กำลังจะเกิดขึ้น จงซื่อสัตย์กับตัวเองเข้าไว้ เข้าใจความสามารถทั้งหมดของตัวเองทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน การจัดการที่ยอดเยี่ยมเป็นผลมาจากการทำงานให้ใกล้เคียงกับจุดแข็งของเรามากกว่าการพยายามแก้ไขที่จุดอ่อนทั้งหมดของเรา เราต้องรู้ว่าสภาพแวดล้อมใดที่สร้างแรงบันดาลใจให้เราทำงาน และสภาพแวดล้อมใดที่ทำให้เรารู้สึกว่ากำลังโดนรบกวน เมื่อเรารู้ทั้งหมดนี้แล้วมันจะช่วยให้เราออกแบบกลไกและวิธีการจัดการของตัวเองเราเองขึ้นมาได้อย่างดียิ่งขึ้น

    “การจ้างงานเป็นการวางรากฐานของกระบวนการทำงานในอนาคต”

    องค์กรมักทำผิดพลาดในการจ้างงานเสมอ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเป็นเพียงแค่พนักงานระยะสั้นและกำลังหาใครก็ได้ที่ว่างและพร้อมเข้ามาทำงานในทีม ผลลัพธ์ของการเร่งการจ้างงาน คือพวกเขาเผลอเพิกเฉยต่อเกณฑ์การรับและศักยภาพของพนักงานใหม่ที่กำลังมองหาอยู่จริงๆ ดังนั้นวิธีแก้ไขที่ดีกว่านั้นก็คือ ทีมจะต้องวางแผนล่วงหน้า

    ก่อนที่เราจะทำอะไรเพื่อองค์กร อยากให้เราลองถามด้วยตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้ดูเสียก่อน

    1. จากอัตราการเติบโตและงบประมาณขององค์กรที่คาดการณ์ไว้ ฉันสามารถจ้างพนักงานใหม่ได้กี่คนในปีนี้?
    2. ระดับประสบการณ์ที่ต้องการสำหรับแต่ละตำแหน่ง คืออะไร?
    3. ทักษะหลักที่ทีมเราต้องการอย่างแน่นอน คืออะไร?
    4. อะไร คือทักษะที่มีอยู่ในทีมของเราที่พนักงานใหม่อาจจะไม่มี?
    5. บุคลิกหรือประสบการณ์ใด ที่จะเสริมสร้างความหลากหลายให้กับทีมของเรา?

    “การวางแผนเกี่ยวกับองค์กรไว้ล่วงหน้าช่วยทำให้เราเข้าใจความต้องการในการจ้างงาน และทำให้เราได้วางกลยุทธิ์ที่ยอดเยี่ยมในการประเมินบุคลากรในองค์กรได้อีกด้วย”

    ทุกองค์กรต้องการแผนสำหรับการสร้างผลงาน ในฐานะหัวหน้าและผู้จัดการ เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องพัฒนาสิ่งที่สะท้อนถึงเป้าหมายและวิสัยทัศน์ขององค์กร โดยการปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

    1. อย่าหยุดพูดถึงสิ่งที่สำคัญ การพูดถึงคุณค่าที่เราให้ความสำคัญจะทำให้เราเป็นผู้นำที่จริงใจและสร้างแรงบันดาลใจมากขึ้น
    2. เดินไปตามทางเสมอ ทุกคนเฝ้ามองผู้นำของพวกเขาอย่างใกล้ชิดเพื่อทำความเข้าใจค่านิยมและบรรทัดฐานของทีม ความเข้าใจของคนในทีมจะถูกปรับแต่งโดยผู้จัดการของทีม
    3. สร้างสิ่งจูงใจที่เหมาะสม ให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมของทีม และต้องมีบทลงโทษกับผู้คนที่ไม่ทำตามเช่นกัน
    4. สร้างวัฒนธรรมเฉพาะตัว นอกเหนือจากสโลแกนและสุนทรพจน์แล้ว การแสดงออกให้เห็นด้วยการลงมือ จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับทีมงาน และแสดงให้พวกเขาเห็นว่า เรามีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์ และสามารถสนุกสนานไปกับทีมของเราได้

    บทสรุป

    ในการขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้านั้นเป็นเรื่องที่ยาก เพราะมันขึ้นอยู่กับคนในองค์กร และเพราะทุกคนแตกต่างกัน บางคนเคยคิดว่าหัวหน้าหรือผู้จัดการที่ดีที่สุด คือคนที่สามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน และสามารถนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ได้ แต่ในเวลาต่อมาก็พบว่าการทดสอบว่าหัวหน้าหรือผู้จัดการจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นไม่มีความจำเป็นต้องทำให้มันซับซ้อนเลย เพียงแค่ได้รับผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจากกลุ่มคนที่ทำงานร่วมกันมากเสมอเท่านั้นเอง

    แม้บางครั้งการจัดการทีมอาจทำให้เหนื่อยและน่าเบื่อ แต่เราก็ต้องเข้าใจว่าเราไม่สามารถทำคนเดียวได้ เมื่อคนมารวมกันทำงานเป็นทีม พวกเขาจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกระตือรือร้นที่จะสร้างสรรค์มากกว่าที่ใครจะทำตามลำพังได้ เมื่อทีมมุ่งเน้นไปที่งาน พวกเขาจะสามารถต่อสู้จนประสบความสำเร็จได้ และสร้างวิธีการแก้ปัญหาที่ยอดเยี่ยม หัวหน้าหรือผู้จัดการที่ยอดเยี่ยมถูกสร้างขึ้นมา ไม่ได้เกิดมาแล้วเป็นได้เลย เราเองก็สามารถนำทีมของเราไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน

    “ทีมของหัวหน้าหรือผู้จัดการที่ยอดเยี่ยมก็จะบรรลุผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมได้อย่างสม่ำเสมอ”

    Book Review
    Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr WhatsApp Email
    Previous ArticleMicrofinance เงินทุนพัฒนศักยภาพของสตรียากจน สู่การเป็นผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง
    Next Article คิดคิด กับกิจการเพื่อสังคม ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาเพื่อความยั่งยืน
    mypilottest01

      Related Posts

      ปลดล็อกศักยภาพ กับ 60 บทเรียนชีวิตจาก Adam Grant

      มกราคม 6, 2025

      การจัดการเวลาแนวใหม่ : กลยุทธ์จาก Deep Work โดย Cal Newport

      กันยายน 4, 2024

      การปฏิวัติความสำเร็จ ในที่ทำงาน: กลยุทธ์จาก Atomic Habits โดย James Clear

      กันยายน 3, 2024

      The SPEED of Trust: ความไว้วางใจ สิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้

      มิถุนายน 17, 2024

      Comments are closed.

      Our Picks

      ตั้งเป้าหมายการเงินให้สำเร็จ – วิธีการและเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง

      มิถุนายน 22, 2024

      ลาเพื่อพาพ่อแม่ไปหาหมอ หรือ ลาเพื่อไปดูใจพ่อแม่เป็นครั้งสุดท้าย ใช้ลากิจได้

      สิงหาคม 18, 2023

      แผนการเกษียณ ของคน Gen Z ควรเป็นอย่างไร? และต้องเริ่มต้นอย่างไร?

      มิถุนายน 6, 2023

      7 เหตุผลที่ทำให้คนฉลาดหรือคนที่ทำงานหนักไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ

      พฤษภาคม 30, 2023
      • Facebook
      • Pinterest
      • Instagram
      • YouTube
      Don't Miss

      ประกันสุขภาพจำเป็นหรือไม่? และส่งผลดีต่อคนทำงานในยุคนี้อย่างไร?

      By willskillพฤษภาคม 19, 20250

      ประกันสุขภาพ หร…

      ประกันสุขภาพของบริษัทใช้ร่วมกับประกันสังคมแต่ยังต้องจ่ายเพิ่มหรือเปล่า?

      พฤษภาคม 19, 2025

      Flashcards สมัยใหม่ ทำให้คุณใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นทันทีได้อย่างไร?

      กุมภาพันธ์ 7, 2025

      จำไม่ให้ลืม | ทำไมคนที่พูดได้หลายภาษาจำคำศัพท์แล้วไม่ลืม?

      กุมภาพันธ์ 3, 2025

      Subscribe to Updates

      Get the latest creative news from SmartMag about art & design.

      About Us
      About Us

      Your source for the lifestyle news. This demo is crafted specifically to exhibit the use of the theme as a lifestyle site. Visit our main page for more demos.

      We're accepting new partnerships right now.

      Email Us: admin_thepractical@thepractical.co

      Our Picks

      ตั้งเป้าหมายการเงินให้สำเร็จ – วิธีการและเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง

      มิถุนายน 22, 2024

      ลาเพื่อพาพ่อแม่ไปหาหมอ หรือ ลาเพื่อไปดูใจพ่อแม่เป็นครั้งสุดท้าย ใช้ลากิจได้

      สิงหาคม 18, 2023

      แผนการเกษียณ ของคน Gen Z ควรเป็นอย่างไร? และต้องเริ่มต้นอย่างไร?

      มิถุนายน 6, 2023
      New Comments
        Facebook YouTube Spotify Pinterest
        • Home
        • Work
        • Life
        • Balance
        • Sustainability
        • People Stories
        • InMind
        • Podcast
        © 2026 Willskill. Designed by Exaalgia.

        Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

        Sign In or Register

        Welcome Back!

        Login to your account below.

        Lost password?