Close Menu
The Practical

    Subscribe to Updates

    Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.

    What's Hot

    ประกันสุขภาพจำเป็นหรือไม่? และส่งผลดีต่อคนทำงานในยุคนี้อย่างไร?

    พฤษภาคม 19, 2025

    ประกันสุขภาพของบริษัทใช้ร่วมกับประกันสังคมแต่ยังต้องจ่ายเพิ่มหรือเปล่า?

    พฤษภาคม 19, 2025

    Flashcards สมัยใหม่ ทำให้คุณใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นทันทีได้อย่างไร?

    กุมภาพันธ์ 7, 2025
    Facebook YouTube Spotify Pinterest
    Facebook YouTube Spotify
    The Practical
    Login
    • Home
    • Work
    • Life
      • Finance and Investment
      • Guarantee
      • Labor Law
      • Real Estate
    • Balance
      • Book Reviews
      • Movie Reviews
      • Product Reviews
    • Sustainability
      • DJSI
      • SDGs
    • People Stories
      • Happy Growth
      • Others
      • Transformative Learning
      • UNMASK STORY
      • Vision Mission
    • InMind
    • Podcast
    The Practical
    • Home
    • Work
    • Life
    • Balance
    • Sustainability
    • People Stories
    • InMind
    • Podcast
    Home»Balance»The 10X Rule – กฎ 10X เปลี่ยนทุกเป้าหมายของเราให้กลายเป็นความสำเร็จ
    Balance

    The 10X Rule – กฎ 10X เปลี่ยนทุกเป้าหมายของเราให้กลายเป็นความสำเร็จ

    mypilottest01By mypilottest01กุมภาพันธ์ 16, 2022ไม่มีความเห็น2 Mins Read
    Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr WhatsApp VKontakte Email
    Share
    Facebook Twitter LinkedIn Pinterest Email

    The 10X Rule หรือ กฎ 10X ผู้เขียนเขาได้พิสูจน์แล้วว่า ถ้าคนเราอยากจะประสบความสำเร็จ เราต้องลงมือทำให้มากกว่าคนอื่นอย่างน้อย 10 เท่า เรื่องราวและวิธีการจะเป็นอย่างไร? เรามาหาคำตอบกันจากหนังสือ The 10X Rule – The only difference between success and failure

    The 10X Rule - กฎ 10X เปลี่ยนทุกเป้าหมายของเราให้กลายเป็นความสำเร็จ

    กฎ 10X ปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จที่แสนพิเศษทั้งหมด

    เขาว่ากันว่าชีวิตของคนเราขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ด้วย “เป้าหมาย” ซึ่งเป้าหมายนั้นมันทำให้เราอยากจะมีชีวิตในแต่ละวันต่อไปอย่างมีความหมาย เพื่อหวังว่าสักวันนึงเราจะไปถึงยังเป้าหมายนั้นในท้ายที่สุด

    “ในสังคมทำงาน มีแต่นักตั้งเป้าหมาย แต่ไม่ค่อยมีนักทำเป้าหมายให้สำเร็จ”

    แต่ในความเป็นจริง พบว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถไปถึงเป้าหมายได้ เพราะมีหลายคนก็เลือกที่จะเปลี่ยนเป้าหมายระหว่างทาง หรือ พวกเขาเลือกที่จะหนี และก็ยังมีอีกหลายคนเลือกที่จะมีเป้าหมายแค่ตั้งเอาไว้เฉยๆ โดยไม่ได้ลงมือทำอะไรให้ไปถึงเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้เลย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่า โลกนี้ถึงได้มีทั้งคนที่ “สมหวัง” และคนที่ “ผิดหวัง” และก็ยังมีคนอีกกลุ่มที่น่าสงสาร ก็คือ คนที่“คาดหวัง” และ “สิ้นหวัง” อยู่ด้วยเช่นกัน

    แล้ว กฎ 10X จากหนังสือเล่มนี้ จะช่วยอะไรเราได้บ้าง?

    หนังสือเล่มนี้อาจจะทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า กฎ 10X คืออะไรกันแน่? และถ้าหากมีโอกาสได้อ่านคำโปรยด้านหลังหนังสือจนจบ ก็อาจจะสร้างความหวังเล็กๆ ให้กับตัวเอง เกิดความคาดหวังว่าในหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เราได้เคล็ดลับ หรือวิธีการอะไรในการช่วยให้ตัวเราประสบความสำเร็จได้บ้าง? เชื่อว่าพวกเราจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะรายละเอียดในหนังสือเล่มนี้จะสอนให้เรารู้จักการทำให้เป้าหมายให้เป็นจริง หรืออาจจะทำให้ได้มากกว่านั้นและดีกว่านั้นสัก 10 เท่า

    “กฎ 10X บอกว่า อย่างน้อยคุณต้องทำให้มากกว่าคนอื่น 10 เท่า”

    Grant Cardone เขาเป็นนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่ง จากหลายปีที่ผ่านมา เขาได้ก่อตั้งบริษัทที่ประสบความสำเร็จมากมาย ผู้คนต่างถามเขาเกี่ยวกับเคล็ดลับที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จได้มากมายขนาดนี้ ตัวเขาเองพบว่าที่เขาสามารถประสบความสำเร็จได้ ก็เพราะเขาทำตามกฎ 10X เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมาซึ่งความสำเร็จและทุกวิถีทางที่เขาพูดถึงก็คือ การคิด ทำ และพยายามมากกว่าคนอื่น 10 เท่า

    “เราจะเข้าถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ก็ต่อเมื่อเริ่มลงมือในทางที่ถูกด้วยความเพียรพยายาม”

    มีผู้คนมากมายหลายคนชื่นชอบกับการตั้งเป้าหมายเอาไว้สูงส่ง แต่เอาเข้าจริงๆ พวกเขาก็ไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ หรือไม่ได้มีความคิดที่จะหาหนทางที่จะทำให้ตัวพวกเขาเองไปถึงเป้าหมายนั้นได้ นี่คือเหตุผลที่ทำไมพวกเราอีกหลายคนถึงไปไม่ถึงเป้าหมาย?

    พวกเราลองนึกถึงการที่เรามักตั้งเป้าหมายในวันปีใหม่อย่างมีความสุข จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงธันวาคม เราอาจจะบรรลุเป้าหมายได้ไม่ถึง 50% ด้วยซ้ำ แต่เราก็จะทำแบบนี้ด้วยการตั้งเป้าหมายแล้วก็ไปไม่เคยถึงวนไปวนมาแบบนี้ทุกปี แล้วทุกๆ ปี เราก็มักจะมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าเมื่อไรกันนะที่เราจะไปถึงเป้าหมายสักที? บางคนอาจจะถึงกับตัดพ้อ พูดเชิงลบกับตัวเองทำให้ต้องหมดกำลังใจ หมดความมั่นใจไปเลยก็มี ในทางกลับกัน ทำไมเราไม่เคยตั้งคำถามว่าเมื่อไรกันนะ ที่เราจะต้นเริ่มลงมือทำอะไรสักอย่างเสียที?

    “ความหมายของคำว่าความสำเร็จ มันขึ้นอยู่กับว่าเราถามคำถามนี้กับใครต่างหาก”

    นึกถึงตอนเรายังเป็นเด็ก ความสำเร็จของเราอาจจะเป็นการแอบเอาขนมไปกินที่โรงเรียนได้โดยที่ครูไม่รู้ หรือการแกล้งหลับตอนที่แม่เข้ามาสั่งให้เรานอนแล้วค่อยๆ แอบลืมตาขึ้นมาหลังจากนั้นโดยที่แม่ไม่รู้ หรือ พอเราก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ความสำเร็จของเราอาจจะหมายถึงการได้เกรดดีๆ ในวิชาแสนยาก หรือ การมีแฟนที่เรียนโรงเรียนเดียวกัน หรือ การได้ค่าขนมไปโรงเรียนเยอะๆ และก็ยังมีเป้าหมายอื่นๆ ตามมาเต็มไปหมด อาทิเช่น เรื่องของการแต่งงาน การมีลูก การก่อตั้งบริษัทของตนเองให้ประสบความสำเร็จ เป้าหมายเหล่านี้เป็นเป้าหมายที่คนส่วนใหญ่มักตั้งกันเอาไว้ ช่วงวัย หรือ ช่วงอายุที่เปลี่ยนไป ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เป้าหมายและเครื่องมือวัดความสำเร็จของเราเปลี่ยนตาม

    “ไม่มีใครยืนรอความสำเร็จ แล้วให้มันก็วิ่งเข้ามาหาเราเองอย่างง่ายๆ หรอก เราต้องออกไปตามหามันด้วยตัวของเราเอง”

    ชีวิตของเราอาจจะดูยากขึ้น เมื่อเราไม่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราตั้งความหวังเอาไว้ อาชีพหรือหน้าที่การงานกลายเป็นเรื่องชั่วคราว และเรากำลังติดกับอยู่กับเรื่องของการเงิน หรือ แม้กระทั้งในเรื่องของความสัมพันธ์ ในการที่เราจะประสบความสำเร็จได้นั้นมี 3 สิ่งที่เราต้องรู้เสียก่อน นั่นก็คือ ความสำเร็จสำคัญมากต่อชีวิตมนุษย์ ความสำเร็จเป็นหน้าที่ของเรา และไม่มีคำว่าทางลัดสำหรับความสำเร็จ ดังนั้นถ้าหากเรามัวแต่ตั้งเป้าหมายแต่ไม่วางแผนรองรับ แถมยังไม่ลงมือทำอะไรเลย นั่นก็เท่ากับว่าเรากำลังลดโอกาสตัวเองที่จะประสบความสำเร็จไปเรียบร้อยแล้ว

    “ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราอยากจะอยู่เพื่อทำเป้าหมายและความฝันของเราให้เป็นจริง หรือ เราจะอยู่เป็นเพียงแค่ทรัพยากรที่ช่วยให้คนอื่นประสบความสำเร็จ”

    คนที่พยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ใฝ่หาความก้าวหน้า พร้อมรับโอกาสและบทบาทใหม่ๆที่เข้ามาในชีวิต พวกเขาไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือและไม่เคยพูดว่าไม่พร้อม อันที่จริงแล้วมันไม่สำคัญเลยที่ตอนนี้คุณจะมีความสามารถแค่ไหน? หรือทำอะไรได้บ้าง? สิ่งที่สำคัญคือคุณสามารถพัฒนาไปได้แค่ไหน? เราพบว่า คนส่วนใหญ่มักติดอยู่กับคำว่าไม่พร้อม เพราะคิดว่าตัวเองมีความสามารถไม่พอ จึงทำให้พวกเขาทำได้แค่เป็นเพียงทรัพยากรที่ผลักดันคนอื่นให้ก้าวไปข้างหน้า แต่ตัวเองก็ยังคงอยู่ที่เดิมแทน

    “สิ่งต่างๆ ไม่ได้เกิดขึ้นกับเรา แต่มันจะเกิดขึ้นเพราะเรา”

    เราถูกดึงเข้าหาความสำเร็จ เพียงเพราะเราเป็นคนสร้างแรงดึงดูดนั้น ความล้มเหลวเช่นกันเราเป็นคนดึงดูดมันเข้ามาหาเราเอง เราจะต้องมีสติให้มากและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะมันง่ายมากที่จะรับผิดชอบเมื่อเรามีความเกี่ยวข้องทางตรง แต่ถ้ามันเป็นสถานการณ์ที่เราควบคุมไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น ในขณะที่เรากำลังบรรยายเรื่องสำคัญ แต่ทุกคนในห้องประชุมไม่ตั้งใจฟัง ชวนกันคุยและมัวแต่เล่นโทรศัพท์ ในสถาณการณ์แบบนี้สำหรับเรา เราก็อาจจะโทษองค์กรว่าเป็นต้นเหตุที่หยิบยื่นหัวข้อน่าเบื่อเช่นนี้มาให้เราพูดก็ได้ แต่สำหรับ กฎ 10X เขาต้องการให้เราย้อนกลับมามองที่ตัวเองว่าทำไม? เราถึงทำให้หัวข้อการบรรยายที่น่าเบื่อกลายเป็นหัวข้อที่น่าสนใจขึ้นมาไม่ได้? และ จากนั้นให้เราพยายามหาทางแก้ไข เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์แบบเดิมในครั้งถัดไป

    “รางวัล จะเป็นของคนที่ลงมือทำเท่านั้น”

    ความคิดและการกระทำของเราเป็นเหมือนคนขับรถที่จะพาเราไปหาความสำเร็จในชีวิต เราจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายสูงๆ ได้เลย ถ้าเราคิดว่าชีวิตของเรานั้นมีขีดจำกัด เราสามารถพูดได้ว่าตัวเราเองสามารถเปลี่ยนคุณภาพชีวิตได้ด้วยการเปลี่ยนการกระทำ สำหรับเรื่องนี้มันน่าหงุดหงิดนิดหน่อยที่ตัวเราเองก็อาจจะไม่รู้เหมือนกันว่าเราต้องเปลี่ยนตัวเองขนาดไหนกันถึงจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้?

    กฎ 10X เขามีการแบ่งแยกกลุ่มและลำดับเวลาการเดินทางเข้าหาเป้าหมายไว้ เอาไว้ดังนี้

    1. ไม่ทำอะไรเลย : ทุกคนในกลุ่มนี้มีความฝัน แต่ส่วนใหญ่มักจะลงมือกับมันไม่นานพอที่จะทำให้ได้สิ่งที่ต้องการ พวกเขาจะพอใจมาก ถ้าเหตุผลที่ทำให้พวกเขาไปไม่ถึงเป้าหมายนั้นเป็นเพราะปัญหาด้านการขาดความรู้ ความขาดสามารถ หรือ สังคมไม่ให้โอกาส เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะทำให้พวกเขารู้สึกดีกว่าการยอมรับว่าพวกเขาเป็นคนไม่มีความพยายาม
    2. หนี : คนในกลุ่มนี้ไม่ใช่คนที่ไม่ได้ลงมือทำ แต่เป็นคนที่ลงมือทำแล้วแต่ไม่ได้รับผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง ความรู้สึกผิดหวังที่พวกเขาได้รับ ทำให้พวกเขาเลือกที่จะหนีแทน สิ่งเดียวที่คนกลุ่มนี้ควรทำก็คือ อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปสถาณการณ์เร็วเกินไปนัก เราอาจจะคิดว่าเราล้มเหลวแล้ว หลังจากพยายามไปแค่ 2 ครั้งแล้วไม่เป็นผล แต่ถ้าหากเราพยายามต่อไปเป็นครั้งที่ 3 เราอาจจะพบหนทางที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิมก็ได้
    3. การกระทำแบบปกติ : ระดับการกระทำของแต่ละคน กลายเป็นสิ่งที่สังคมตัดสินว่ารับได้หรือไม่ได้ คนกลุ่มนี้เป็นเหมือนคนครึ่งๆ กลางๆ ที่ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษ พวกเขาไม่ได้คิดว่าพวกเขาจะต้องยืนอยู่ต่อหน้าผู้คนมากมายและพวกเขาเองก็ไม่อยากถูกตัดสินอะไร พวกเขาจึงเลือกที่จะคงความปกติเอาไว้ และเลือกที่จะสนับสนุนสังคมมากกว่า จะเป็นคนที่สังคมสนับสนุน
    4. การกระทำที่ยิ่งใหญ่ : การกระทำที่ยิ่งใหญ่เป็นเพียงการทำอะไรสักอย่าง ที่ทำให้เราสามารถขับเคลื่อนตัวเอง องค์กร หรือ ครอบครัวของเราไปข้างหน้าต่อไปได้ ไม่มีการหนี ไม่มีการกระทำแบบปกติ ไม่มีการอยู่นิ่งๆ แต่เป็นเพียงการกระทำที่สม่ำเสมอเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง นี่แหละเรียกว่าการกระทำที่ยิ่งใหญ่ มีเพียงคนประเภทนี้เท่านั้นที่จะสามารถเปล่งประกายท่ามกลางปัญหาของโลกใบนี้ได้

    “การกระทำที่ยิ่งใหญ่ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ความฝันและความทะเยอทะยานของเรากลายเป็นจริง”

    สังคมทำให้เราเชื่อว่าบางสิ่งเป็นจริงในขณะที่บางสิ่งไม่จริง นั่นเกิดจากมุมมองความคิดของคนในสังคมกำหนดขึ้นมา แต่ข้อเท็จจริงก็พิสูจน์แล้วว่า สำหรับเรื่องเป้าหมาย ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ มีเพียงเป้าหมายที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากเมื่อเทียบกับเป้าหมายอื่นๆ เท่านั้นเอง

    “ตั้งเป้าหมายสูงๆ ไม่ได้แปลว่าเพ้อฝัน”

    อย่ากลัวที่จะตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ หากเป้าหมายเหล่านั้นสามารถสร้างความสุขและเติมเต็มให้กับชีวิตของเราได้ มันน่าตื่นเต้นมากที่จะรู้สึกถึงความสำเร็จเมื่อเราทำอะไรสักอย่างที่คนอื่นเขาคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เราจะได้รับโอกาสที่จะพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นแล้วว่ามันเป็นไปได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยู่ในยุคหิน การนั่งอยู่สักที่แล้วคิดว่าอยากติดต่อกับใครบางคนที่อยู่ห่างกันหลายพันไมล์ดูเป็นเรื่องที่บ้าและไร้สาระมาก แล้วลองดูพวกเราตอนนี้สิ อยู่คนละซีกโลกยังสามารถติดต่อกันได้เลย

    บทสรุป

    ชีวิตเป็นของขวัญที่ให้เราสามารถได้ใช้อย่างมีความสุข คนหลายกลับเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุขและขอให้โลกสิ้นสุดลงในวันถัดไปเสียที เพราะพวกเขาอาจจะไม่ได้รับผลลัพธ์ของการกระทำอย่างที่พวกเขาหวัง แต่จุดจบมันอยู่ที่ว่าแต่ละคนจะมองแบบไหน?

    เราจะมองความล้มเหลวครั้งที่หนึ่งเป็นจุดสิ้นสุด หรือ จะมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการลงมือทำครั้งที่สอง? ความลับของการประสบความสำเร็จ คือการที่เรามีเป้าหมายที่เป็นเหมือนกุญแจเปิดกล่องความสุขของเรา ทำให้เรามีพลังมากพอที่จะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้อีก ถึงแม้ว่าเราอาจจะต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อมให้ได้มันมา แต่ก็ต้องให้แน่ใจว่าอย่างน้อยเราได้พยายามมากกว่าคนอื่นสัก 10 เท่าแล้วเพื่อเป้าหมายนี้

    “เป้าหมายที่พิเศษเหมาะสำหรับคนที่พิเศษ และคนที่พิเศษก็ต้องพยายามมากกว่าคนอื่นเป็นพิเศษสัก 10”

    Book Review
    Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr WhatsApp Email
    Previous Articleโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงติดอันดับ 1 ใน 5 ของคนไทย
    Next Article NFT 101 – เปิดโลก NFT ชั้นเรียนกับเซียน NFT ของเมืองไทย
    mypilottest01

      Related Posts

      ปลดล็อกศักยภาพ กับ 60 บทเรียนชีวิตจาก Adam Grant

      มกราคม 6, 2025

      การจัดการเวลาแนวใหม่ : กลยุทธ์จาก Deep Work โดย Cal Newport

      กันยายน 4, 2024

      การปฏิวัติความสำเร็จ ในที่ทำงาน: กลยุทธ์จาก Atomic Habits โดย James Clear

      กันยายน 3, 2024

      The SPEED of Trust: ความไว้วางใจ สิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้

      มิถุนายน 17, 2024

      Comments are closed.

      Our Picks

      ตั้งเป้าหมายการเงินให้สำเร็จ – วิธีการและเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง

      มิถุนายน 22, 2024

      ลาเพื่อพาพ่อแม่ไปหาหมอ หรือ ลาเพื่อไปดูใจพ่อแม่เป็นครั้งสุดท้าย ใช้ลากิจได้

      สิงหาคม 18, 2023

      แผนการเกษียณ ของคน Gen Z ควรเป็นอย่างไร? และต้องเริ่มต้นอย่างไร?

      มิถุนายน 6, 2023

      7 เหตุผลที่ทำให้คนฉลาดหรือคนที่ทำงานหนักไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ

      พฤษภาคม 30, 2023
      • Facebook
      • Pinterest
      • Instagram
      • YouTube
      Don't Miss

      ประกันสุขภาพจำเป็นหรือไม่? และส่งผลดีต่อคนทำงานในยุคนี้อย่างไร?

      By willskillพฤษภาคม 19, 20250

      ประกันสุขภาพ หร…

      ประกันสุขภาพของบริษัทใช้ร่วมกับประกันสังคมแต่ยังต้องจ่ายเพิ่มหรือเปล่า?

      พฤษภาคม 19, 2025

      Flashcards สมัยใหม่ ทำให้คุณใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นทันทีได้อย่างไร?

      กุมภาพันธ์ 7, 2025

      จำไม่ให้ลืม | ทำไมคนที่พูดได้หลายภาษาจำคำศัพท์แล้วไม่ลืม?

      กุมภาพันธ์ 3, 2025

      Subscribe to Updates

      Get the latest creative news from SmartMag about art & design.

      About Us
      About Us

      Your source for the lifestyle news. This demo is crafted specifically to exhibit the use of the theme as a lifestyle site. Visit our main page for more demos.

      We're accepting new partnerships right now.

      Email Us: admin_thepractical@thepractical.co

      Our Picks

      ตั้งเป้าหมายการเงินให้สำเร็จ – วิธีการและเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง

      มิถุนายน 22, 2024

      ลาเพื่อพาพ่อแม่ไปหาหมอ หรือ ลาเพื่อไปดูใจพ่อแม่เป็นครั้งสุดท้าย ใช้ลากิจได้

      สิงหาคม 18, 2023

      แผนการเกษียณ ของคน Gen Z ควรเป็นอย่างไร? และต้องเริ่มต้นอย่างไร?

      มิถุนายน 6, 2023
      New Comments
        Facebook YouTube Spotify Pinterest
        • Home
        • Work
        • Life
        • Balance
        • Sustainability
        • People Stories
        • InMind
        • Podcast
        © 2026 Willskill. Designed by Exaalgia.

        Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

        Sign In or Register

        Welcome Back!

        Login to your account below.

        Lost password?