Close Menu
The Practical

    Subscribe to Updates

    Get the latest creative news from FooBar about art, design and business.

    What's Hot

    ประกันสุขภาพจำเป็นหรือไม่? และส่งผลดีต่อคนทำงานในยุคนี้อย่างไร?

    พฤษภาคม 19, 2025

    ประกันสุขภาพของบริษัทใช้ร่วมกับประกันสังคมแต่ยังต้องจ่ายเพิ่มหรือเปล่า?

    พฤษภาคม 19, 2025

    Flashcards สมัยใหม่ ทำให้คุณใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นทันทีได้อย่างไร?

    กุมภาพันธ์ 7, 2025
    Facebook YouTube Spotify Pinterest
    Facebook YouTube Spotify
    The Practical
    Login
    • Home
    • Work
    • Life
      • Finance and Investment
      • Guarantee
      • Labor Law
      • Real Estate
    • Balance
      • Book Reviews
      • Movie Reviews
      • Product Reviews
    • Sustainability
      • DJSI
      • SDGs
    • People Stories
      • Happy Growth
      • Others
      • Transformative Learning
      • UNMASK STORY
      • Vision Mission
    • InMind
    • Podcast
    The Practical
    • Home
    • Work
    • Life
    • Balance
    • Sustainability
    • People Stories
    • InMind
    • Podcast
    Home»Balance»The First 90 Days – วางแผนช่วงทดลองงาน ทำอย่างไรให้ผ่านฉลุย
    Balance

    The First 90 Days – วางแผนช่วงทดลองงาน ทำอย่างไรให้ผ่านฉลุย

    mypilottest01By mypilottest01กุมภาพันธ์ 28, 2022ไม่มีความเห็น2 Mins Read
    Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr WhatsApp VKontakte Email
    Share
    Facebook Twitter LinkedIn Pinterest Email

    The First 90 Days ถือเป็นแนวทางหรือวิธีการที่จะช่วยให้คนทำงานอีกหลายคนที่กำลังเริ่มต้นงานใหม่ หรือ กำลังอยู่ในช่วงทดลองงาน ผ่านฉลุย เรื่องราวและวิธีการจะเป็นอย่างไร? จะทำอย่างไรให้เราผ่านฉลุยในช่วงทดลองงาน และ ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้ามือใหม่ได้อย่างประสบความสำเร็จ เรามาหาคำตอบกันจากหนังสือ The First 90 Days: Proven Strategies for Getting Up to Speed Faster and Smarter, Updated and Expanded ผู้เขียน Michael D. Watkins

    The First 90 Days - วางแผนช่วงทดลองงาน ทำอย่างไรให้ผ่านฉลุย

    “ในช่วงชีวิตของเรา อย่างน้อยก็ต้องมีสักครั้งที่ต้องเปลี่ยนงาน”

    เพราะชีวิตคนเราไม่ได้ทำงานตำแหน่งเดียวไปตลอดชีวิต เป้าหมายในการทำงานที่แต่ละคนตั้งไว้ ก็คงไม่มีใครอยากจะเป็นลูกน้องให้คนอื่นสั่งไปตลอดชีวิตเช่นกัน เพราะใครๆ ก็อยากจะก้าวหน้า และ หลายคนก็มีความเชื่อว่า มันต้องมีสักวันหรือที่ทำงานสักที่ ที่เห็นคุณค่าของเรา แล้วผลักดันให้เราสามารถก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งที่ต้องใช้ “ความเป็นผู้นำ” ได้เช่นกัน

    หากวันนึงเราได้รับโอกาส ก็ถือว่านี่คือช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากครั้งนึงในชีวิต บทบาทของเราในช่วงนี้จะถูกเปลี่ยนไป ถ้าหากเราทำสำเร็จ ก็จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งในชีวิตของเราได้เช่นกัน แต่ขั้นตอนนี้ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ยังมีอีกหลายคนที่พลาดในการคว้าโอกาสตรงนี้

    “ช่วงเปลี่ยนแปลงนี้ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ การเริ่มสร้างคุณค่าให้กับองค์กรมากกว่าที่เราเคยได้รับ”

    ในขณะที่เรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางอาชีพในองค์กรของเรา ถึงจุดนึง เราก็จะมีเวลาที่เราอาจจะได้รับโอกาสให้ก้าวไปสู่อีกระดับหนึ่ง (เช่น ในระดับที่สูงขึ้น เป็นหัวหน้า เป็นต้น) ของอาชีพ ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะเป็นเหมือนช่วงพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักหน่วงของเรา ที่จะต้องพยายามทำตัวให้เหมาะสมกับโอกาสที่ได้รับมา ยิ่งเราสามารถสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้รวดเร็วมากเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะนั่นหมายถึง การที่เราจะได้รับการยอมรับในฐานะหัวหน้ามือใหม่แล้ว ยังรวมไปถึงการได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ และการสนับสนุนเราในทุกทางที่พวกเขาทำได้

    กับดักของหัวหน้ามือใหม่

    เมื่อเราถูกผู้บริหารวางตัวเราในบทบาทใหม่ หรือ หน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ ในช่วงนี้เองเราก็ต้องการสร้างผลงานให้แก่องค์กร เพื่อเป็นการพิสูจน์ตัวเราเองว่าเราเหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้รับมา แต่โชคร้ายจริงๆ ที่หัวหน้ามือใหม่ส่วนใหญ่ มักติดกับดักใหญ่ในช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งกับดักนี้ก็คือ “การตัดสินใจที่ผิดพลาด” ด้วยความที่มีจิตใจร้อนรน อยากสร้างผลงานที่ดี แต่สิ่งได้กลับมาเป็นการสูญเสียความน่าเชื่อถืออย่างยากจะทวงคืนกลับมาได้ แถมคนในทีมที่ทำงานร่วมกับเราก็อาจจะสูญเสียศรัทธาในตัวหัวหน้ามือใหม่คนนี้ด้วยเช่นกัน

    กับดักที่เกิดจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดเหล่านี้ จะสร้างวงจรอุบาทว์ทำให้เรามีการตัดสินใจที่ไม่ดี ครั้งที่ 2 และ 3 ตามมา ก็เพราะความเดือดเนื้อร้อนใจ ที่เราอยากจะแก้ตัวเพื่อทวงคืนความน่าเชื่อถือ นอกจากจะไม่ช่วยแล้ว เราอาจจะยังต้องสิ้นเปลืองทั้งพลังงานและเวลาอย่างมากมายมหาศาลอีกด้วย หนังสือ The First 90 Days เล่มนี้ จึงเป็นตัวช่วยเราในการออกแบบกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ที่จะช่วยเราขับเคลื่อนตัวเราเองไปสู่การเป็นหัวหน้ามือใหม่ หรือไปดำรงตำแหน่งที่เราต้องการได้อย่างปนะสบความสำเร็จและสมบูรณ์แบบที่สุดภายในระยะเวลา 90 วัน

    “เราต้องพยายามไม่เข้าใกล้บทบาทใหม่ของเรา ด้วยวิธีแบบเดียวกับที่นำเราไปสู่ความสำเร็จในอดีต”

    หนึ่งในความผิดพลาดที่เกิดบ่อยที่สุดของผู้นำมือใหม่ก็คือ การที่เรายังคงดำเนินการทำอะไรเหมือนเดิมตามที่เคยประสบความสำเร็จไปแล้วในอดีต สิ่งที่เราควรทำไม่ใช่การทำอะไรแบบเดิม แต่เราควรพักบทบาทเก่าของเราก่อน แล้วเตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อประสบความสำเร็จจากบทบาทใหม่แทน แม้ว่าการกระทำแบบเดิมจะทำให้เราโดดเด่นจนได้รับการเลื่อนขั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะทำแบบเดิม แล้วได้เป็นดาวเด่นในตำแหน่งใหม่นี้ได้หรอกเพราะมันคนละบริบทกัน

    “เริ่มต้นโฟกัสหลักการเบื้องต้น ในการเตรียมพร้อมสำหรับบทบาทใหม่ของเรา”

    การย้ายตำแหน่งในแต่ละครั้ง มักจะเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว เช่น ปุ๊บปั๊บได้งานใหม่ หรือ ได้รับการโปรโมทในองค์กร คนส่วนใหญ่มักจะสร้างความชัดเจนที่เฉพาะตัวมากในช่วงนั้น สิ่งสำคัญก็คือการพักหายใจ โยนความรู้สึกเดิมๆจากตำแหน่งเก่าไปให้ไกลๆ ควรหาช่วงเวลาสุดสัปดาห์ นั่งพักที่ไหนสักที่แบบเงียบๆ และลองคิดภาพของตัวเองเดินออกมาจากตำแหน่งเก่า ซึ่งเราก็อาจจะประหม่ากับตำแหน่งใหม่อยู่บ้าง แต่ก็ขอให้เราเปลี่ยนมันเป็นความกระตือรือร้นเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในตัวเราเองแทน

    “หาจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเองให้เจอ”

    วิธีการทางเดียวที่จะช่วยให้เราเจอจุดแข็งของตัวเราเองก็คือ ให้เราคิดเกี่ยวกับปัญหาที่เราเคยเจอในอดีต ปัญหาแบบไหนที่เรารู้สึกว่ามันง่าย และเราสนุกกับการแก้ไขในปัญหาเหล่านั้นมากที่สุด? สำหรับเรื่องจุดอ่อนก็เช่นกัน ปัญหาแบบไหนกันที่ยากแสนยากและไม่เคยจัดการได้ด้วยตัวเราเองเลย? หรือ ถ้าหากเราแก้ได้ มันมักจะสร้างช่วงเวลาที่ยากลำบากให้เสมอ แต่เมื่อเจอจุดอ่อนแล้ว เพื่อที่จะจัดการกับมันได้ เราต้องลองตั้งกฎเกณฑ์กับตัวเองและหาเวลาในการพัฒนาความสามารถทางด้านนั้น หรือ ลองมองหาคนในองค์กรที่เก่งในเรื่องเหล่านั้น แล้วเริ่มเรียนรู้วิธีการจากพวกเขา

    “เราต้องจับคู่กลยุทธ์ กับช่วงการพัฒนาองค์กรให้ถูกต้อง”

    องค์ส่วนใหญ่จะมีสถานการณ์อยู่ 5 ช่วงด้วยกัน คือ 1.การเริ่มต้น 2.การเปลี่ยนแปลง 3.การเติบโต 4.การปรับโฉมใหม่ 5.การประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จาก 5 สถานการณ์นี้เป้าหมายหลักคือการขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ดังนั้นจึงจำเป็นที่คุณต้องเข้าใจก่อนว่าในช่วงเวลาที่คุณได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้า องค์กรของคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์ช่วงไหน คุณจะขับเคลื่อนองค์กรไปได้อย่างถูกทาง

    “เพื่อผลักดันองค์กรไปข้างหน้า เราต้องรู้จุดเริ่มต้นของกระบวนการ ต้องรู้ว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหน และกำลังจะเดินหน้าไปทางไหน?”

    ในตอนเริ่มต้น เราอาจจะรู้สึกถึงความท้าทายจากการที่เราต้องใช้ความสามารถและศักยภาพของตัวเองด้วยการสร้างผลงานอย่างสินค้าหรือโปรเจคที่น่าพอใจ ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง จุดประสงค์หลักของเราในฐานะหัวหน้ามือใหม่ อาจจะเป็นการพยายามดึงทุกคนให้เข้าที่เข้าทาง จัดระเบียบคนในทีมใหม่ให้พวกเข้าไปด้วยกันได้ ในช่วงที่พยายามกระตุ้นให้ธุรกิจเติบโต องค์กรจะต้องประสบกับสถานการณ์การขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเราก็ต้องมีความสามารถในการวางระบบและการดำเนินการที่จำเป็นต่อการรองรับการเติบโตขององค์กร ในช่วงปรับโฉมหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบครั้งใหม่ เราก็ต้องการฟื้นฟูพลังงานที่เคยทำให้ผลงานหรือโปรเจคของเราที่เคยทำสำเร็จมาแล้วขึ้นมาใหม่ เพราะสถานการณ์นี้เป็นช่วงหมิ่นเหม่ที่มีความเสี่ยงสูง และหากเราได้มีโอกาสเข้าไปดำรงตำแหน่งในบริษัทที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ความท้าทายของเราก็จะต้องรักษามาตรฐานสูงนี้เอาไว้ และต้องพยายามผลักดันให้องค์กรไปอยู่ในระดับที่สูงขึ้นอีกต่อไป

    “เราต้องยอมละทิ้งผลไม้ที่เก็บได้ง่ายเพียงแค่เอื้อม และเลือกที่จะไขว่คว้าผลไม้จากต้นที่สูงแทน”

    หยุดการโฟกัสโปรเจคที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรา หัวหน้ามือใหม่หลายคน มักตกเป็นเหยื่อของสิ่งที่ Michael Watkins เรียกว่า ผลไม้ที่ห้อยลงมาต่ำ (Low hanging fruits) หรือเป้าหมายที่เราสามารถบรรลุได้อย่างง่ายๆ สิ่งที่เราต้องทำควรมีความหมายต่อตัวเราในการตั้งเป้าหมายระยะยาว และเป็นสิ่งที่ไม่ต้องยุ่งยากมาก แต่พอที่จะช่วยให้เราสามารถสร้างแรงผลักดัน และใส่ความพยายามลงไปทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็นชัยชนะ

    ถ้าเราได้มีโอกาสทำงานกับทีมที่ใช่ ในช่วงเวลาที่เรากำลังจะเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาตัวเอง เราก็จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าเราจะสร้างทีมจากทีมที่มีแต่รอยแตกร้าว หรือเป็นการเข้ามาสืบทอดตำแหน่ง สิ่งที่สำคัญก็คือเราต้องเข้าให้ถึงสมาชิกในทีมก่อนโดยต้องพยายามทำให้พวกเขารู้สึกว่าเราเป็นพวกเดียวกัน และเราพร้อมที่จะพาพวกเขาลงเรือลำเดียวกัน โดยเราสามารถทำตามหลักการเหล่านี้ได้ ดังต่อไปนี้

    1. ความสามารถ พวกเขามีความสามารถเพียงพอที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพไหม?
    2. ความสัมพันธ์ พวกเขามีความสัมพันธ์อันดีต่อกันหรือเปล่า?
    3. ความเชื่อ คุณสามารถไว้วางใจในตัวพวกเขาในการทำในสิ่งที่ได้รับมอบหมายหรือไม่?
    4. การตัดสินใจ พวกเขาสามารถสร้างการตัดสินใจที่ดีหรือไม่?
    5. พลังงาน พวกเขามีพลังงานที่ใช่ให้กับทีมหรือไม่?
    6. โฟกัส สมาชิกในทีม พวกเขามีความมุ่งมั่นขนาดไหน?

    หากเรากำหนดคะแนนเต็มเอาไว้ 100 คะแนน เราก็ต้องมาพิจารณาดูว่าแต่ละข้อสำคัญกับเรากี่คะแนน เราอาจจะให้ 10 คะแนน สำหรับความเชื่อ และ 20 คะแนนสำหรับความสามารถ ถ้าเราได้รับสืบทอดทีมมา และมีหลายคนที่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่เราต้องการจริงๆ ดังนั้นเราก็ควรเริ่มทำงานโดยการหาคนมาแทนที่พวกเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

    “ปลูกฝังความสัมพันธ์อันดีกับทุกคน แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นคนควบคุมพวกเขาโดยตรง”

    เราสามารถขอให้หัวหน้าของเราแนะนำตัวเรากับกลุ่มคนสำคัญในองค์กรได้ สร้างการนัดหมายเพื่อพบปะระหว่างเรากับบุคคลสำคัญเหล่านั้น ซึ่งกระบวนการนี้แน่นอนว่ามันเป็นการสร้างความสัมพันธ์และการเรียกความสนใจที่ดีได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้เราได้รับรู้ถึงความคิดเห็นของพวกเขา ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญมากในการวิ่งเข้าใส่ความสำเร็จ แม้นี่จะเป็นสิ่งที่สร้างอิทธิพลและการสนับสนุนอย่างมหาศาลในองค์กร แต่อย่าลืมว่าก็ต้องระวังโดนดูดเข้าไปในอำนาจด้านลบๆ ที่ไม่จำเป็นได้เช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้เราเสียโฟกัสหลักในการบรรลุเป้าหมายไปได้

    “ตั้งหลักของตัวเราเองเอาไว้ให้มั่นคง ในระหว่างการเปลี่ยนแปลงหรือในช่วงที่เรากำลังพัฒนา”

    ในการเผชิญหน้ากับความท้าทายในทุกๆ เรื่อง สิ่งสำคัญก็คือ เราต้องจัดการเรื่องเหล่านั้นด้วยตัวเราเอง ช่วงนี้เราต้องบาลานซ์ตัวเองให้ดี เพราะเราจะต้องทำงานหนักเพื่อเพิ่มความสามารถและสร้างการตัดสินใจที่ดี เราไม่ควรอยู่อย่างโดดเดี่ยวในช่วงเวลานี้ มีควรต้องมีความมุ่งมั่นอยู่เสมอ พร้อมที่จะมองหาโอกาสในการทำงานที่สำคัญ พยายามสร้างการสนับสนุนที่มีความมั่นคง แสดงให้เห็นว่าเรามีความกล้าในการตัดสินใจที่ได้ผ่านการคิดพิจารณามาอย่างถี่ถ้วนแล้ว และแน่นอนว่าเราต้องพร้อมรับผลลัพธ์ที่จะตามมาหลังจากการตัดสินใจนั้นได้อย่างมีความรับผิดชอบ

    บทสรุป

    ในการเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่การทำงานหรือตำแหน่งไปในทิศทางที่ดีขึ้น ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากกว่าที่จะทำให้เราเอาเรื่องเหล่านี้มานั่งคิดกดดันตัวเอง เพราะคิดมากไป หรือ เครียดไป ก็ปล่าวประโยชน์ เพราะ การเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นแล้ว ในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การทำงานที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม เราก็ต้องเชื่อมั่นว่าตัวเราเองมีความสามารถ และเราเองก็ทำได้ การเป็นดาวเด่นในบทบาทเดิมไม่ได้การันตีว่าเราจะเป็นดาวเด่นในบทบาทใหม่ได้อีกครั้ง

    ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องใช้ความพยายามให้มากกว่าเดิม เพื่อที่จะได้ดำรงตำแหน่งผู้นำตรงนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีตั้งสติ เตรียมร่างกายและจิตใจตัวเองให้พร้อมรับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามา หาจุดแข็งและพัฒนาจุดอ่อนของตัวเองให้ดี มองสถานการณ์ให้ออกว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง? เพื่อที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า สร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนร่วมงานเพื่อที่เราจะได้รับการสนับสนุนที่ดีจากพวกเขา ยึดตัวเองให้มั่นแล้วพยายามพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และสุดท้าย อย่าให้อะไรมาทำให้เราไขว่เขว้ระหว่างทาง หากเราทำแบบนี้ได้ เราก็จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่สมบูรณ์แบบได้ภายใน 90 วันได้

    “ในตอนเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง จะมีความเสี่ยงสูงมากที่เราจะสูญเสียทัศนคติที่เราได้วางเอาไว้ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมการสร้างบาลานซ์ในชีวิตถึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก”

    Book Review
    Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr WhatsApp Email
    Previous ArticleTo do list Formula – สูตรสำเร็จช่วยให้บริหารชีวิตดี มีเวลาเหลือ
    Next Article Designing Your Work Life – ออกแบบชีวิตการทำงานได้ในแบบของเราเอง
    mypilottest01

      Related Posts

      ปลดล็อกศักยภาพ กับ 60 บทเรียนชีวิตจาก Adam Grant

      มกราคม 6, 2025

      การจัดการเวลาแนวใหม่ : กลยุทธ์จาก Deep Work โดย Cal Newport

      กันยายน 4, 2024

      การปฏิวัติความสำเร็จ ในที่ทำงาน: กลยุทธ์จาก Atomic Habits โดย James Clear

      กันยายน 3, 2024

      The SPEED of Trust: ความไว้วางใจ สิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้

      มิถุนายน 17, 2024

      Comments are closed.

      Our Picks

      ตั้งเป้าหมายการเงินให้สำเร็จ – วิธีการและเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง

      มิถุนายน 22, 2024

      ลาเพื่อพาพ่อแม่ไปหาหมอ หรือ ลาเพื่อไปดูใจพ่อแม่เป็นครั้งสุดท้าย ใช้ลากิจได้

      สิงหาคม 18, 2023

      แผนการเกษียณ ของคน Gen Z ควรเป็นอย่างไร? และต้องเริ่มต้นอย่างไร?

      มิถุนายน 6, 2023

      7 เหตุผลที่ทำให้คนฉลาดหรือคนที่ทำงานหนักไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ

      พฤษภาคม 30, 2023
      • Facebook
      • Pinterest
      • Instagram
      • YouTube
      Don't Miss

      ประกันสุขภาพจำเป็นหรือไม่? และส่งผลดีต่อคนทำงานในยุคนี้อย่างไร?

      By willskillพฤษภาคม 19, 20250

      ประกันสุขภาพ หร…

      ประกันสุขภาพของบริษัทใช้ร่วมกับประกันสังคมแต่ยังต้องจ่ายเพิ่มหรือเปล่า?

      พฤษภาคม 19, 2025

      Flashcards สมัยใหม่ ทำให้คุณใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นทันทีได้อย่างไร?

      กุมภาพันธ์ 7, 2025

      จำไม่ให้ลืม | ทำไมคนที่พูดได้หลายภาษาจำคำศัพท์แล้วไม่ลืม?

      กุมภาพันธ์ 3, 2025

      Subscribe to Updates

      Get the latest creative news from SmartMag about art & design.

      About Us
      About Us

      Your source for the lifestyle news. This demo is crafted specifically to exhibit the use of the theme as a lifestyle site. Visit our main page for more demos.

      We're accepting new partnerships right now.

      Email Us: admin_thepractical@thepractical.co

      Our Picks

      ตั้งเป้าหมายการเงินให้สำเร็จ – วิธีการและเคล็ดลับจากประสบการณ์จริง

      มิถุนายน 22, 2024

      ลาเพื่อพาพ่อแม่ไปหาหมอ หรือ ลาเพื่อไปดูใจพ่อแม่เป็นครั้งสุดท้าย ใช้ลากิจได้

      สิงหาคม 18, 2023

      แผนการเกษียณ ของคน Gen Z ควรเป็นอย่างไร? และต้องเริ่มต้นอย่างไร?

      มิถุนายน 6, 2023
      New Comments
        Facebook YouTube Spotify Pinterest
        • Home
        • Work
        • Life
        • Balance
        • Sustainability
        • People Stories
        • InMind
        • Podcast
        © 2026 Willskill. Designed by Exaalgia.

        Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

        Sign In or Register

        Welcome Back!

        Login to your account below.

        Lost password?